thaihoon สมาชิก จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 14,583 วันที่: 16/05/2013 @ 08:34:57
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่
ผลการโหวต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.44 น. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอยู่ในแดนบวก นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นต่อ มุ่งหน้าทดสอบ high ใหม่ที่ 1630 อย่างไรก็ตาม ต้องระวังแรงขายทำกำไร หลังจาก SET ที่ซื้อขายสูงเกิน PE 15 เท่า และด้วยฤดูงบการเงินไตรมาส 1/56 จะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ เลือกซื้อ 11 หุ้นเด่น ได้แก่ HMPRO, BCP, DCC , ERW, HEMRAJ, SIRI, SIM, BAY, AP ,TTA,CPF
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ตลาดอ่อนตัวลงยังเลือกหุ้นซื้อได้ โดยจังหวะบวกแนะนำเป็นเน้นถือรอขาย..
กลยุทธ์ : เรายังคาดหมายว่า SET จะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปที่ระดับดัชนีเป้าหมายของปีนี้บริเวณ 1650 จุดได้ ดังนั้นจังหวะอ่อนตัวลงของตลาดจึงยังเป็นโอกาสในการเลือกหุ้นเข้าซื้ออยู่ แต่จังหวะบวกขึ้นยิ่งถ้าเข้าใกล้ระดับดัชนีเป้าหมายมากขึ้นอีก ก็แนะนำเพียงเน้นถือเพื่อรอขายมากกว่าที่จะซื้อไล่ราคา เนื่องจาก Upside เริ่มแคบเกินไป
หุ้นเด่นทางเทคนิค HMPRO, BCP, SC (SBL)
แนวโน้ม ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐเมื่อคืนนี้ยังเดินหน้าบวกต่อได้ แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและเยอรมนีจะออกมาอ่อนแอ และมีแรงกดดันจากแนวคิดของประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียที่ระบุว่าเฟดควรจะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรตั้งแต่การประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ โดยยังได้รับปัจจัยหนุนจากการแสดงความเห็นในด้านบวกของผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในสหรัฐ ทำให้มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างคึกคัก
อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังบวกขึ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูการรายงานตัวเลข GDP Q1/56 เบื้องต้นของฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ในช่วงบ่าย รวมทั้งการเปิดเผย GDP Q1/56 ของ EU ในช่วงเย็นนี้อีกครั้ง ทำให้ FSS คาดว่า SET มีโอกาสที่จะขยับบวกต่อขึ้นได้ แต่ก็จะมีลักษณะของการแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวันด้วยเช่นกัน โดยยังคาดหมายการแกว่งขึ้นไปหาระดับดัชนีเป้าหมายปีนี้ที่ 1650 จุดได้ในช่วงถัดไป
แนวรับ 1621-1619 , 1616-1607 จุด แนวต้าน 1628-1630 , 1635-1640 จุด
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แกว่งขึ้นต่อ คงไม่ผ่าน high เมื่อวานนี้ KGI ประเมิน SET วันพุธบวกต่อแต่ไม่แรง ภาพเหมือนเดิมคือหุ้นโลกยังหนุนจิตวิทยา และต่างชาติกลับมาซื้อ 3 วันติดกันแล้ว อย่างไรก็ดีด้วย SET ที่ซื้อขายสูงเกิน PE 15 เท่า และด้วยฤดูงบการเงินไตรมาส 1/56 จะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ คาดว่าหุ้นหลักๆ จะผันผวนพอสมควร ส่วนในช่วงบ่ายประเทศหลักๆ ในยุโรปจะรายงาน GDP ไตรมาส 1/56 ซึ่งอาจมีนัยต่อการซื้อขายในช่วงบ่ายได้ นอกจากนี้ในคืนนี้และคืนวันพรุ่งนี้สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว ซึ่งอาจกระทบต่อการซื้อขายเช่นกัน เราจึงแนะนำให้จำกัดการลงทุนในหุ้นหลักเช่นเดิม กลุ่มที่น่าสนใจได้แก่อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำไรไตรมาส 1/56 เป็นจุดต่ำสุดของปีแล้ว
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
ซื้อ HEMRAJ, SIRI, SIM
บล.ไทยพาณิชย์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า SET ยังทรงตัว แต่ยกระดับขึ้นมาแถวกรอบบนบริเวณ 1625 จุด หลัง 5 วันผ่านมา แกว่งระหว่าง 1625 1610 จุด ยังไม่มีปัจจัยทั้งบวกลบเข้ามากระทบตลาด รวมถึงแรงขายทำกำไรยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจาก ทริกเกอร์ ฟันด์ แนวโน้มวันนี้ Sentiment ที่ดีจากต่างประเทศ จะทำให้ SET ทดสอบแนวต้านที่ 1632 จุด อย่างไรก็ตาม แรงซื้อต่อเนื่อง ยังเป็นไปได้น้อย เนื่องจากบ้านเราช่วงนี้ ขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน ส่วนภาพรวม SET ยังมองเป็นช่วงปลายขาขึ้นของรอบนี้ กลยุทธ์ ยังเน้น Trading สำหรับเข้าตลาดในช่วงนี้ ด้านหุ้นแนะนำ วันนี้ ได้แก่ DCC และ ERW
บล.ฟิลลิป ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้แกว่งตัวขึ้นในกรอบแคบ จากยอดค้าปลีกของสหรัฐฯที่ออกมาดีเกินคาดแต่ตลาดนิ่งหลังทดสอบ1630 ไม่ผ่าน โดยไม่สามารถหลุด Sideway ในช่วง 5 วันที่ผ่านมาได้ คาดภาพรวมตลาดยังผันผวนอิงทางขาขึ้นต่อ มุ่งหน้าทดสอบ high ใหม่ที่ 1630 โดยมีแรงหนุนระยะสั้นจากบรรยากาศลงทุนทางบวกของตลาดต่างประเทศ อีกทั้งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายการประกาศผลประกอบการฯ ของไทย ขณะที่แรงซื้อสุทธิของต่างชาติยังมีต่อเนื่อง และกลุ่มสถาบันฯ กลับเข้ามาร่วมซื้อด้วยอีกครั้งวานนี้
ยังคงมองต้านสำคัญที่ 1650+/- จึงเน้นเก็งกำไรแบบ ขึ้นขาย ลงซื้อ ในกรอบต่อไป โดยมองกรอบวันนี้ระหว่าง 1616-1635 จุด แนวต้าน : 1628-1635 แนวรับ : 1620-1616
พอร์ตระยะสั้น : หุ้น 75% เงินสด 25%
หุ้นถือต่อในพอร์ต (ราคาเป้าหมายระยะสั้น) SCB (195), GLOW (80), SIM (4.4)
หุ้นแนะนำเพิ่ม (ราคาเป้าหมายระยะสั้น) CPF (31.5) ราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัว+แผนขาย non core assets เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน
หุ้นที่ปรับออก SPALI ทำกำไร ~6.97% TTA/UMS เปลี่ยนตัวเล่น หลังราคาไม่ขยับรับข่าวเปิดโรงงานสวนส้มตามคาด
บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดบวก แม้ตลาดจะยังคงกังวลว่าเฟดอาจจำต้องยุติ/ลดการซื้อคืนพันธบัตรเร็วกว่ากำหนด แต่ผลประกอบการที่ดียังคงหนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ที่ประชุมรมว.คลังยุโรปอนุมัติเงินช่วยเหลือ 2 งวดให้กับกรีซ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7.5 พันล้านยูโร ทำให้ปัญหายุโรปไม่น่าจะมีอะไรในช่วงใกล้ๆนี้ ในระยะสั้นเอเชียน่าจะได้ปัจจัยบวกตามหุ้นฝั่งตะวันตก แต่เราอาจ Underperform เนื่องจาก valuation ของหุ้นเอเชียที่แพงกว่า (แต่ก็มีการเติบโตสูงกว่า) ทั้งนี้ตลาดอาจเริ่มเพิ่มความอยากเสี่ยง ซึ่งจะทำให้หุ้นกลุ่มปลอดภัยอาจถูกขายทำกำไร และตลาดมาผลักดันหุ้นธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์รวมถึงโภคภัณฑ์บางตัวที่มีรายได้มั่นคง (PTT PTTGC) ขึ้นมา ให้ระวังแรงทำกำไรหุ้นขนาดเล็กเพื่อกลับหุ้นใหญ่ และระวังการเพิ่มทุนของหุนในกลุ่มหลักทรัพย์และหุ้นเล็กที่ไม่แข็งแกร่งด้วย //ปัจจัยอื่น/ (0) รับเหมาก่อสร้าง ประชุมครม ยังไม่มีการเสนอพรบ. 2 ล้านล้านบาท แต่ราคาหุ้นบางตัวน่าสนใจ (CK ITD) / (+) Digital TV กสทช.กำหนดเกณฑ์ประมูลดิจิตอลทีวี ซึ่งน่าจะหนุนการกลับมาเก็งกำไร WORK GRAMMY RS NMG / (+) NUSA รวมมืออีลิทการ์ดทำโครงการขายบัตรพ่วงอสังหาฯ / (-) BLA 2Q56 มีแนวโน้มชะลอ หลังธนาคารกรุงเทพจะลดการสนับสนุนการส่งลูกค้าให้ / (-) CPN เมื่อคืนที่ผ่านมามี big lot 213 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 50.75 บาท (ราคาปิด 53.25 บาท)/ (+) TUF น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเป็นโอกาสทยอยสะสม / บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน 15 พ.ค. BCP, SSI,TOP, HYDRO / 16 พ.ค.-PTTGC, ADVANC, THCOM, CSL, INTUCH
กลยุทธ์การลงทุน: เราเริ่มเห็นการกลับมาผลักดันหุ้นใหญ่ในกลุ่มธนาคารและพลังงานบางตัว ซึ่งอาจหนุน SET Index ขึ้นทดสอบ 1640 หรืออาจสูงกว่า ทั้งนี้ขอวางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงด้วยการเลือกหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว มีโมเมนตัมของกำไรที่เพิ่มขึ้น และ/หรือ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หุ้นแนะนำ BAY AP TTA
สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (เมื่อ 20 มี.ค.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งที่สองในรอบ 11 เดือน ลง 10% เหลือ 60% (ครั้งแรกเมื่อ 22ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC AP MK TTA MAJOR STANLY PM TK PTT CPF TICON ROJNA TUF