thaihoon สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 14,583 |  วันที่: 17/05/2013 @ 09:23:40 คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่ ผลการโหวต โบรกฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้เคลื่อนไหวผันผวน หลังไม่มีข่าวดีใหม่ ขณะที่หวั่นบรรยากาศ
การลงทุนเงียบเหงา เหตุเป็นวันทำการวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ ส่วนกลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นสตอรี่
เด่น โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,600 จุด และให้แนวต้านไว้ที่ 1,630 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผย
ว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้คาดว่าดัชนีฯ มีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบๆ
เนื่องจากเป็นวันทำการวันสุดท้ายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในสัปดาห์นี้
ประกอบกับไม่มีปัจจัยบวกใหม่ที่โดดเด่นเข้ามากระตุ้นบรรยากาศการลงทุน
' ตลาดหุ้นน่าจะผันผวน เพราะช่วงนี้ก็ไม่ได้มีปัจจัยบวกใหม่อะไรเข้ามากระตุ้นการลง
ทุน อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนก็ได้ประกาศงบในไตรมาส 1 ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัจจัยที่ต้อง
ติดตามก็เป็นเรื่องการเมืองที่เริ่มมีสัญญาณร้อนออกมาแล้ว นักลงทุนก็ควรรอดูปัจจัยนี้ด้วย '
นายเทิดศักดิ์ กล่าว
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำแนะนำเล่นเก็งกำไรหุ้นที่มีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน
โดยให้แนวรับดัชนีฯ ไว้ที่ 1,600 จุด และให้แนวต้านไว้ที่ 1,630 จุด
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเช้านี้ ตลาดหุ้น
ในเอเชียที่เปิดทำการ (7.30 น.) เปิดบวกลบสลับกัน อย่างไรก็ตามนิกเกอิปรับตัวลงต่อเนื่อง เป็น
ผลจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าต่อเนื่องและตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลต่อจิตวิทยามาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมองต่อตลาดเป็นกลางเป็นวันที่ 6 โดยดัชนีฯ จะแกว่งตัวใน
กรอบแคบระหว่าง 1,610-1,620 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้น เพราะเป็นการซื้อขายวันสุด
ท้ายของสัปดาห์ บวกกับภาพรวมการลงทุนขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลง
อย่างไรก็ตามดัชนีฯ ช่วงสั้นยังมีดาวไซด์ริชที่จำกัด แนวรับ 1,600 จุด และ 1,605
จุด ตามลำดับ น่าจะยังทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง จากเงินทุนต่างชาติที่คาดว่าจะปรับพอร์ตการลง
ทุนออกจากตลาด JSE ที่เผชิญปัญหาเงินเฟ้อสูง สู่ตลาดหุ้นไทยที่ Valuation Earnings
growth ที่เด่นสุดในตลาดหุ้น TIP บวกกับนักลงทุนทั่วไปที่รอซื้อหุ้นเมื่ออ่อนตัวเช่นกันดังนั้นจึง
คงแนะนำถือพอร์ต 65% และเงินสด 35% พร้อมหาจังหวะขายทำกำไรบริเวณ 1,650 จุด บวก
ลบ ในระยะถัดไป
ส่วนปัจจัยสำคัญวันนี้ ประกอบด้วย 1.คาดแรงขายจากกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เพิ่มขึ้น
หากติดตาม NAV ของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ของ MFC Thanachart จำนวน 3 กองทุนได้
แตะระดับทริกเกอร์ในช่วง 1-2 วันทำการที่ผ่านมา คาดว่ากองทุนทั้ง 3 มูลค่า 3.6 พันล้านบาท
น่าจะเริ่มทยอยขายหุ้นในพอร์ต เพื่อปิดกองทุนตามเงื่อนไข
2.แต่เงินทุนต่างชาติยังคงเลือกตลาดหุ้นไทยแทนตลาดหุ้นอินโดนีเซีย เป็นที่น่าสนใจ
ว่าเงินทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้น JSE ตลอด 4 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่เงินทุนต่างชาติซื้อ
สุทธิตลาดหุ้นไทยตลอดเช่นกัน เพราะหากประเมินจาก Valuation Earnings Growth
Inflation Risk ระหว่าง 2 ตลาด พบว่า ตลาดหุ้นไทยอยู่ในฐานะที่เด่นกว่า JSE อยู่มาก ซึ่งเชื่อ
ว่าทิศทางดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงสั้นนี้ ซึ่งจะช่วยจำกัดดาวไซด์ริชของตลาดหุ้นไทย
3.การทำบิ๊กล็อตหุ้น AAV วันนี้ ราคา 6.50 บาท ราว 180-188 ล้านหุ้น อาจทำให้
ราคาหุ้น AAV เคลื่อนไหวผิดปกติ
4.ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้าเน้นจีดีพีของประเทศไทย ซึ่งจีดีพีในไตรมาส 1/2556 ของ
ไทย ประกาศเช้าวันที่ 22 พ.ค.ส่วนการเริ่มเจรจาเพดานก่อหนี้สาธารณะสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดเส้น
ตายของการยืดเวลาเพดานก่อหนี้สาธารณะในวันที่ 18 พ.ค. สภาคองเกรสจะเริ่มเปิดการเจรจา
ระหว่างพรรคการเมือง เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการพิจารณาเพดานก่อหนี้สาธารณะ อย่างไรก็
ตามเชื่อว่าประเด็นนี้จะใช้เวลาในการเจรจาที่ยาวนานขึ้น หลังฐานะการคลังของรัฐบาลดีขึ้น
ส่วนการประชุมบีโอเจ วันที่ 22 พ.ค.2556 คาดว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เพิ่มเติม แต่จับตามุมมองทางเศรษฐกิจผ่านบีโอเจแนวโน้มจะดีขึ้นอย่างไร หลังค่าเงินเยนอ่อน
ค่าทะลุ Yen102/US$ แล้ว และรายงานการประชุม FOMC วันที่ 23 พ.ค.2556 ต่อมุมมอง
ของความจำเป็นในการใช้โครงการคิวอีภายใต้ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีขึ้นในไตรมาส
1/2556 ที่ผ่านมา
5.หุ้นไทยที่เพิ่มถอด ออกจาก MSCI ได้แก่ MSCI Thailand เพิ่ม HMPRO,
MINT, INTUCH, TRUE ถอด ไม่มี MSCI Global Small Cap เพิ่ม ANAN, BMCL,
EASTW, EA, GRAMMY, GUNKUL, JMART, KTC, MALEE, N-PARK, OFM,
OISHI, SAMTEL, SPCG, TFD, THRE, UMI, UV, VGI, WHA และถอด BLA, BTS,
VNT ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดวันที่ 31 พ.ค.2556
เรียบเรียง โดย อาภรณ์ สุภาพ
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/05/13 เวลา 9:07:21
|