June 9, 2026   10:27:56 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > โบรกแนะเลือกซื้อ 10 หุ้นสัญญาณขาขึ้น
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,583
วันที่: 20/05/2013 @ 08:41:46
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.48 น. ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้มีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยผันผวน เน้นหุ้นขนาดเล็ก กำไรโต พอร์ตโบรกเกอร์เริ่มเทขายหุ้น จับตาค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่า กระทบเงินไหลออกจากภูมิภาค เก็งกำไร 10 หุ้นเด่น ได้แก่ TFD, TASCO, TMT, BGH, DCC, ITD, LPN, CPF, TICON, SPCG

บล.ไทยพาณิชย์ ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ SET ทรงซึมในช่วงเช้า และโดนขายทำกำไรในช่วงบ่าย หลังยังไม่มีปัจจัยใหม่หนุนตลาด แรงขายนำโดยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งสัปดาห์ก่อนซื้อสุทธิไปกว่า 3 พันลบ. VS เมื่อวานเริ่มขายออกมา 1.1 พันลบ. แนวโน้มวันนี้ คาดการเด้งสลับจะติดแนวบริเวณ 1625 จุด และมีแนวโน้มจะเกิดแรงขายทำกำไรตามมาอีกครั้ง วันนี้อาจได้เห็น SET แถว 1610-1600 จุด ด้านภาพรวม ยังมอง SET มีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นลง กลยุทธ์ ยังเน้น Trading ไม่ถือหุ้นนาน ส่วนผู้เล่นรอบหรือนักลงทุน ยังไม่ถึงเวลา ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BGH และ DCC

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ผันผวน ให้หลบไปเล่นหุ้นเล็กที่แนวโน้มไตรมาส 2 สดใส KGI ประเมินดัชนีฯ วันศุกร์แกว่งแคบๆ ปรับฐานต่อจากเมื่อวาน (เมื่อวานแย่กว่าคาด) หลังจากปัจจัยภายนอกเป็นลบเล็กน้อย และ บจ. รายงานงบไตรมาส 1 เรียบร้อย หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจภาคแรงงานรายสัปดาห์และข้อมูลเริ่มสร้างบ้านเดือน เม.ย. ต่ำกว่าคาดและผู้ว่าเฟดซานฟรานซิสโกชี้ว่าเฟดควรชะลอมาตรการ QE ในไตรมาส 3 เราคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะชัดขึ้นในสัปดาห์หน้าซึ่งประธานเฟดจะแถลงภาพเศรษฐกิจและนโยบายการเงินกับครองเกรสในวันที่ 22 พ.ค. ส่วนปัจจัยในประเทศ กำไร บจ. ไตรมาส 1 เติบโต 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 53% จากไตรมาสก่อนหน้าและสูงกว่าตลาดคาดการณ์ประมาณ 10% และสัปดาห์หน้านักลงทุนจะเปลี่ยนโฟกัสมาที่เศรษฐกิจ โดยสภาพัฒน์ฯ จะรายงาน GDP ไตรมาส 1 ในวันที่ 20 พ.ค. กลยุทธ์: เลี่ยงหุ้นใหญ่ต่อไป เก็บช่วงอ่อนตัวในหุ้นแนวโน้มไตรมาส 2 แข็งแกร่งหรือฟื้นตัว

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน

ซื้อ TFD ,เก็งกำไร TASCO, TMT

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ดีดตัวช่วงเปิดตลาด แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงตามตลาดยุโรปหลังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ อีกทั้งยังมีความกดดันเพิ่มเติมเรื่องการเมือง ปิดตลาด -12.2 จุด แนวโน้มตลาดหุ้นจะเปราะบางมากขึ้น หลังจบรอบการเก็งกำไรงบฯ ที่เป็นปัจจัยบวกช่วงสั้นไปหมาดๆ และอยู่ระหว่างการรอปัจจัยใหม่ ซึ่งหากปราศจากปัจจัยบวกใหม่เข้ามาผลักดันการฟื้นตัว คาดความกังวลเดิมๆ อาทิ เศรษฐกิจยุโรป, การเมืองภายใน รวมถึงกรอบเวลาการปรับลดมาตรการ QE ของสหรัฐ จะวนกลับเข้ามาเป็นเหตุให้มีการขายทำกำไรเป็นระยะ

SET ระยะสั้นอาจปรับลงไปปิด Gap แถว 1600 จุด เน้นทยอยขายช่วงดีดตัว และปรับพอร์ตระยะสั้นลงมาที่ 50% แต่หากหลุด 1580 ให้ถอยก่อน แนวต้าน : 1624-1634 แนวรับ : 1610-1601

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดยังผันผวนและแกว่งย้อนลง แต่จังหวะอ่อนตัวยังเลือกหุ้นซื้อได้...

กลยุทธ์ : แม้ว่าช่วงนี้ SET จะแกว่งตัวผันผวนและย้อนลงบ้าง แต่ก็ยังน่าสนใจเลือกหุ้นเข้าซื้ออยู่ แล้วเน้นเป็นถือเพื่อรอดูจังหวะขายทำกำไรกันอีกครั้งเมื่อตลาดดีดกลับขึ้นใหม่ โดย FSS ยังคาดหมายว่าในเร็วๆ นี้ตลาดจะขยับขึ้นถึงระดับดัชนีเป้าหมายของปีนี้ที่ 1650 จุดได้

หุ้นเด่นทางเทคนิค ITD, LPN, GLOBAL (SBL)

แนวโน้ม เมื่อคืนนี้ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งตัวเลขสร้างบ้านที่ร่วงลงอย่างหนักในเดือน เม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่กลับมาพุ่งขึ้นเกินคาดอีกครั้ง รวมทั้งยังได้รับแรงกดดันจากการแสดงความเห็นของประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกที่สอดคล้องกับประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเมื่อวันก่อนเกี่ยวกับการชะลอโครงการซื้อสินทรัพย์ในเร็วๆ นี้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนเช้านี้อาจไม่สดใสนัก อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียก็ยังมีเปิดเป็นบวกให้เห็นอยู่ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยวานนี้ก็ปรับพักตัวลงมาพอควรแล้ว ทำให้ FSS คาดว่า SET น่าจะเริ่มอยู่ในลักษณะแกว่งทรงตัวได้ดีขึ้นอีกครั้ง แต่ยังมีจังหวะแกว่งตัวผันผวนเป็นบวก-เป็นลบในระหว่างวันให้เห็นบ้าง และสุดท้ายแล้วเรายังคาดหมายว่าดัชนีจะสามารถแกว่งขึ้นไปถึงระดับดัชนีเป้าหมายของปีนี้ที่ FSS ประเมินไว้ที่ 1650 จุดได้ในที่สุด ดังนั้นจังหวะตลาดอ่อนตัวลงเรายังแนะนำให้เลือกหุ้นเข้าซื้อได้

แนวรับ 1615-1611 , 1608-1607 จุด แนวต้าน 1622-1626 , 1630-1635 จุด

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับลดเล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ รวมถึงจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นเกินคาด และตัวเลขสร้างบ้านที่ร่วงลงอย่างหนักในเดือนเม.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า เฟดอาจจะชะลอโครงการซื้อสินทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ ตลาดโดยรวมไร้ปัจจัยใหม่ ตลาดวานนี้ลงแรงอาจเพราะข่าวศาลรธน. รับวินิจฉัยความเป็นส.ส.ของอภิสิทธิ์ แต่สิ่งที่เราอยากให้นักลงทุนจับตาคือการเริ่ม Underperformของเอเซียและแนวโน้มค่าเงินเยนที่อาจชะลอการอ่อนค่า หรือกลับมาแข็งค่าในช่วงสั้น หลังวานนี้ญี่ปุ่นรายงาน GDP 1Q56 แข็งแกร่งกว่าคาด โดยตลาดน่าจะจับตาการส่งสัญญาณของ BOJ ในการประชุมวันที่ 21 พ.ค.ปัจจัยอื่น/ 17 พ.ค. ส.อ.ท.แถลงข่าวดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เม.ย. และยอดผลิตและส่งออกรถยนต์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เม.ย.56 / BOI แถลงผลส่งเสริมการลงทุน /19 พ.ค. นปช.ประชุมแยกราชประสงค์รำลึก 3 ปี สลายการชุมนุม / 21 พ.ค.ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุม / 22 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ไทยทบทวนเป้าหมายส่งออก / 29 พ.ค. ประชุม กนง. / AAV มี big lot 235 ล้านหุ้น 6.50 บาท มีส่วนลด 4.8% จากราคาตลาด อาจกดดันให้ราคาผิดปกติในช่วงสั้น แต่ไม่กระทบพื้นฐาน การปรับลงยังเป็นโอกาสสะสม

กลยุทธ์การลงทุน: หุ้นไทยและหุ้นโลกต่างเคลื่อนไหวแคบๆ รอปัจจัยใหม่ โมเมนตัมของหุ้นไทยหลายกลุ่มอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อประกอบกับค่าเงินเยนในระดับ 102-103 เยน/เหรียญสหรัฐฯ ทำให้เราขอให้เพิ่มความระมัดระวังต่อการขายทำกำไร/แกว่งตัวลงของ SET Index (ที่อาจเสี่ยงต่อ 1600+/-) อย่างไรก็ตาม การปรับลงยังคงเป็นโอกาสเก็งกำไรที่ดี หุ้นแนะนำ CPF TICON SPCG

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (เมื่อ 20 มี.ค.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งที่สองในรอบ 11 เดือน ลง 10% เหลือ 60% (ครั้งแรกเมื่อ 22 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC AP MK TTA MAJOR STANLY PM TK PTT CPF TICON ROJNA TUF MALEE

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com