June 9, 2026   10:29:53 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ดัชนีลุ้นไปต่อ กลุ่มปิโตรเคมีอาจฟื้นเร็วกว่าคาด
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,583
วันที่: 21/05/2013 @ 09:13:33
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.47 น. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอยู่ในแดนบวก นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อตามตลาดต่างประเทศ สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีไตรมาส 1/56 เติบโต 5.3% เน้นหุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรเพิ่มและหุ้นที่ฟื้นตัว เลือกซื้อ 11 หุ้นเด่น ได้แก่ TTA, BAY, SPCG, TFD, AOT, ITD, JMART, THRE, NTV, LH, BEAUTY

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (20 พ.ค.) ว่า KGI คาด SET วันจันทร์ขึ้นต่อ (ยังคงแข็งกว่าคาด) หลังหุ้นโลกไม่มีข่าวร้ายและเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์สูงกว่าคาด หนุนดาวโจนส์ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อ เราคาดว่ากลุ่มที่มีประเด็นการเติบโตชัดเจน เช่นสื่อสารและหุ้นขนาดกลางต่างๆ จะนำตลาด ขณะที่กลุ่มหลักอื่นๆ จะทรงตัว เช้านี้ไทยจะรายงาน GDP ไตรมาส 1/56 ซึ่งจะชี้แนวโน้มดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 29 พ.ค. ส่วนการเมืองมีข่าวบวกช่วงสั้นหลังชุมนุมเมื่อวานไม่รุนแรงและการเปิดสภาสมัยวิสามัญในปลายเดือน พ.ค. จะไม่มีการพิจารณาประเด็นร้อน เช่นแก้รัฐธรรมนูญ, พรบ. ปรองดอง รวมทั้ง พรบ.ลงทุน 2.2 ล้านล้าน ส่วนกลางสัปดาห์นี้มีประเด็นติดตามในคืนวันที่ 22 พ.ค. (ประธานเฟดแถลงนโยบาย ส่งสัญญาณต่อมาตรการ QE)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน

ซื้อ TFD, AOT* เก็งกำไร ITD

บล.ไทยพาณิชย์ ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ SET เด้งกลับแรงกว่าที่คาด นำโดยกลุ่ม ICT ปรับขึ้นอย่างโดดเด่น ในขณะที่กลุ่มหลักที่เหลืออย่างแบงก์และพลังงานไม่เล่นด้วย ทยอยถูกปล่อยของออกมา ด้านแนวโน้ม SET ยังคงให้แนวต้านไว้ที่ 1635 และ 1645 จุด ยังมองเป็นช่วงท้ายของการเปลี่ยนแนวโน้มจากขึ้นเป็นลง หาก ICT เริ่มหมดแรงพยุงเมื่อไหร่ คาด SET มีโอกาสปรับลงชัดเจนขึ้น วันนี้ติดตามรายงาน GDP ใน Q1/56 จะมีอิทธิผลต่อการเคลื่อนไหวของ SET กลยุทธ์ยังเน้น Trading ไม่ถือหุ้นนาน ส่วนผู้เล่นรอบหรือนักลงทุน รอการถดถอยก่อน ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ JMART และ THRE

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ คาด SET Index ยังแกว่งตัวขึ้นต่อได้ แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดบวก หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ พ.ค.เพิ่มขึ้นสู่ 83.7 จาก เม.ย.ที่ 76.4 สูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ เริ่มลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลางโดยอัตโนมัติ (Sequestration) ทั้งนี้ หากสัปดาห์นี้ไม่มีข่าวลบจากแถลงการณ์เชิงลบจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (21-22พ.ค.) ตลาดหุ้นทั่วโลกก็น่าจะยังอยู่ในจิตวิทยาเชิงบวกและแกว่งตัวขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอุปสงค์ของน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้กลุ่มพลังงานน่าจะยังคงปรับตัวขึ้นได้ไม่โดดเด่น แต่จะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตปิโตรเคมีให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่า (เราชอบ PTT PTTGC มากกว่าSCC) สำหรับตลาดวันศุกร์กลุ่มสื่อสารถูกผลักดันอย่างโดดเด่นหลังตลาดพูดถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในหุ้น High Yield ของนักลงทุนในประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ จากการที่ไม่มีความรุนแรงจากการชุมนุมของ นปช.ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและการประกาศ GDP 1Q56 วันนี้ ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดที่ 5.3% ตัวเลขที่สูงกว่าน่าจะส่งผลบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคในประเทศ และช่วยผลักดันกลุ่มธนาคารกลับขึ้นมา จึงทำให้เราคาดว่าหุ้นไทยน่าจะแกว่งตัวขึ้นต่อได้

ปัจจัยอื่น/ BECL –เตรียมเข้าเจรจากับกทพ.หลังเห็นไม่ตรงกันในการปรับขึ้นค่าทางด่วน (20 บาท vs5 บาท) / ประชุมกนง. 29 พ.ค. – หากวันนี้ GDP สูงเกิน 5.3% มาก ความเสี่ยงลดดอกเบี้ยจะลดลง (+ธนาคาร/-อสังหาฯ)

กลยุทธ์การลงทุน: SET Index ที่ยืนเหนือ 1610+/- ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ทำให้ดัชนีมีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบ 1640-1680 กลุ่มสื่อสารกลับมานำตลาด (หุ้นใหญ่ชอบ ADVANC TRUE DTAC INTUCH) แต่หากไม่อยากตามหุ้นที่สูง อาจเลือกหุ้นที่ยังไม่ขึ้น+โมเมนตัมกำไรเร่งขึ้นหรือกำลัง Turnaround และมีโอกาสถูกปรับประมาณการขึ้น (BAY SPCG THAI TTA BECL) หุ้นแนะนำวันนี้ TTA BAY SPCG

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (เมื่อ 20 มี.ค.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งที่สองในรอบ 11 เดือน ลง 10% เหลือ 60% (ครั้งแรกเมื่อ 22 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC AP MK TTA MAJOR STANLY PM TK PTT CPF TICON ROJNA TUF MALEE

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมาพุ่งทดสอบ1,630 จุด แต่ไม่ผ่าน หลังวันก่อนหน้าปิด-12.2 จุด ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง ต่างชาติยังซื้อสุทธิตลอดสัปดาห์ช่วยหนุน SET ให้ขึ้นต่อ บรรยากาศลงทุนของต่างประเทศอิงทางบวกหลังข้อมูลศก.สหรัฐออกมาดีทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 5-6 ปี มอง SET มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องตามตลาดต่างประเทศ แต่คาด Upside จะจำกัดขึ้นเรื่อยๆ มองกรอบวันนี้ระหว่าง 1620-1640 จุด

วันนี้จับตาการประกาศจีดีพีไตรมาส 1/56 ของไทย คาดยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องระดับ 5-6% แต่ต้องรอดูการประเมินผลกระทบภาคส่งออกที่มีมากขึ้นในไตรมาส 2 รอจับตารายงานการประชุมเฟด+การให้การต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดในวันพุธนี้เพื่อจับสัญญาณเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐและมาตรการ QE ซึ่งเริ่มมีเสียงให้ยุติโครงการเร็วขึ้น แนวต้าน : 1634-1640 แนวรับ : 1620-1615

หุ้นถือต่อในพอร์ต(ราคาเป้าหมายระยะสั้น) SIM (4.4), CPF (31.5)

• หุ้นแนะนำเพิ่ม (ราคาเป้าหมายระยะสั้น)

NTV (30.0) แนวโน้มกำไรดีต่อเนื่อง ราคาหุ้นสร้างฐานมาพักใหญ่ น่ามีโอกาสดีดตัวขึ้นได้

LH (14.2) โมเมนตัมยอดจองดี + เทคนิคสวย

• หุ้นที่ปรับออก MINT ทำกำไร ~8.74%

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ กลยุทธ์ : หลังจาก FSS แนะนำให้เลือกหุ้นเข้าซื้อช่วงตลาดแกว่งพักตัวลงไปแล้ว ถัดจากนี้ถ้าดัชนีดีดขึ้น แนะนำให้เน้นเป็นถือเพื่อรอดูจังหวะขายทำกำไรกันอีกครั้งเมื่อ SET ดีดขึ้นไปหาระดับดัชนีเป้าหมายของปีนี้ที่ 1650 จุด หรืออาจลุ้นเกินกว่าขึ้นไปได้บ้าง หากบรรยากาศการลงทุนยังสดใส แต่ไม่แนะนำให้ซื้อไล่ราคาโดยเฉพาะหุ้นที่ขึ้นมาแรงและเข้าใกล้ราคาตามพื้นฐานแล้ว โดยแนะนำให้เลือกซื้อเฉพาะช่วงตลาดแกว่งลงดีกว่า

หุ้นเด่นทางเทคนิค SPCG, BEAUTY, SC (SBL)

แนวโน้ม ช่วงท้ายของสัปดาห์ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยผลักดันให้ SET ดีดขึ้นมาปิดเป็นบวกได้อีกครั้ง ขณะที่เช้านี้บรรยากาศการลงทุนจากตลาดหุ้นต่างประเทศก็ค่อนข้างสดใส หลังมีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ช่วยหนุนการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์ คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังสามารถขยับบวกขึ้นต่อเนื่องได้อีก อย่างไรก็ตามวันนี้นักลงทุนยังรอจับตาดูการประกาศตัวเลข GDP งวด Q1/56 ของไทย ซึ่งคาดกันว่าจะชะลอตัวลงจาก Q4/55 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปีที่แล้วขยายตัวแรงมาก โดยถ้าภาพเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัว อาจช่วยเร่งความกดดันให้ กนง. พิจารณาลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 29 พ.ค.นี้ได้ ดังนั้น FSS คาดว่า SET จะยังขยับขึ้นในลักษณะแกว่งตัวผันผวนอยู่เช่นเดิม

แนวรับ 1625-1623, 1620-1618 จุด แนวต้าน 1632-1635 , 1640-1645 จุด

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com