thaihoon สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 14,583 |  วันที่: 22/05/2013 @ 08:36:38 คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่ ผลการโหวต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.44 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.72 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวรอความชัดเจนประชุมเฟดในวันที่ 23 พ.ค. เก็งกำไรกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย เช่น กลุ่มบ้าน (Top pick: SIRI, PS), เช่าซื้อ (KK), ค้าปลีก (HMPRO, SINGER), รับเหมา (CK, STEC), วัสดุก่อสร้าง (DCON, SCP) เป็นต้น เลือกซื้อ 11 หุ้นเด่น ได้แก่ QH, SIRI, TTA, LH, KK, HMPRO, CPN, BECL, MALEE, SPCG,AP
บล.ไทยพาณิชย์ ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ SET ขึ้นทะลุผ่าน 1635 จุด ทันที เมื่อ GDP Q1/56 ต่ำกว่าคาด พลิกเป็นแรงบวก สำหรับเก็งกำไร กนง. ลดดอกเบี้ย ล่าสุดขึ้นทดสอบ 1645 จุด ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่านในวันนี้ จากพฤติกรรมตลาด ซึ่งแรงซื้อสลับหมุนเวียนไปในแต่ละกลุ่มหลัก แนวต้านถัดไปมีที่ 1660 จุด ภาพรวมดัชนี เรายังไม่วางใจ หัวเลี้ยวหัวต่อ จะอยู่ในช่วง 23 พ.ค. หากเฟดพูดออกมาจริงว่าจะลดวงเงิน QE3 จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหรือไม่ ดังนั้น กลยุทธ์ ยังคงเน้น Trading ไม่ถือหุ้นนาน เช่นเดิม ส่วนผู้เล่นรอบหรือนักลงทุน ยังไม่ใช่จังหวะในตอนนี้ ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ QH และ SIRI
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แม้ว่าช่วงนี้ตลาดอาจแกว่งผันผวนบ้าง แต่ยังแนะนำให้เน้นถือไว้ก่อนดีกว่า
กลยุทธ์ : ช่วงนี้ SET อาจจะแกว่งผันผวนบ้าง แต่คาดว่ายังมีจังหวะแกว่งบวกต่อเนื่องได้ ดังนั้นยังแนะนำให้เน้นถือเพื่อรอ SET แกว่งขึ้นไปหาระดับดัชนีเป้าหมายของปีนี้ที่ 1650 จุดและมีลุ้นสูงกว่าได้ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ซื้อไล่ราคาโดยเฉพาะหุ้นที่ขึ้นมาแรงและเข้าใกล้ราคาตามพื้นฐานแล้ว แนะนำดักซื้อช่วงตลาดแกว่งลงดีกว่า
หุ้นเด่นทางเทคนิค TTA, LH, GLOW (SBL)
แนวโน้ม เมื่อวานนี้หลังการประกาศตัวเลข GDP งวด Q1/56 ของไทย ซึ่งชะลอตัวลงตามคาด ทำให้นักลงทุนคาดหวังถึงการพิจารณาลดดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 29 พ.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นโดยภาพรวมได้ ทำให้ SET ยังคงดีดตัวบวกต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตามเช้านี้บรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศอาจไม่สดใสนัก เพราะแม้ว่าตลาดหุ้นยุโรปยังคงปิดบวกต่อจากแรงหนุนของการพุ่งขึ้นในหุ้นกลุ่มรถยนต์ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาปิดปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมทั้งความกังวลว่าเฟดอาจจะชะลอโครงการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม ทำให้นักลงทุนยังรอจับตาดูการแถลงมุมมองเศรษฐกิจของประธานเฟดซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นในย่านเอเชียเช้านี้ก็แกว่งตัวผันผวนด้วยเช่นกัน ดังนั้น FSS คาดว่า SET ยังมีโอกาสแกว่งย้อนลงให้ได้หาจังหวะเลือกหุ้นเข้าซื้อได้
แนวรับ 1640 , 1637-1630 จุด แนวต้าน 1645-1646 , 1650-1655 จุด
ทั้งนี้ ตลาดคาดลดดอกเบี้ย GDP แย่กว่าคาดแต่ตลาดกลับมองบวกเพราะคาดหวังการลดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 0.25% โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ (2.42% ในเดือน เม.ย.) การลดดอกเบี้ยเป็นบวกกับตลาดหุ้น เพราะทำให้กำไรและ Valuation เพิ่มขึ้น ยกเว้นธนาคารขนาดใหญ่ที่เสียประโยชน์ในระยะแรก (ใช้เวลา 1-2 ไตรมาสในการปรับตัว) หากเฉพาะเจาะจงลงไป กลุ่มที่ได้ประโยชน์ได้แก่กลุ่มบ้าน (Top pick: SIRI, PS), เช่าซื้อ (KK), ค้าปลีก (HMPRO, SINGER), รับเหมา (CK, STEC), วัสดุก่อสร้าง (DCON, SCP) เป็นต้น การลดดอกเบี้ยเป็นลบกับพันธบัตร จึงคาดหวังเม็ดเงินย้ายจากตลาดพันธบัตรบางส่วนเข้าตลาดหุ้น
บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ตลาดหุ้นไทยวานนี้พุ่งแรงและอยู่ในแดนบวกทั้งวัน จากปัจจัยต่างประเทศที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและญี่ปุ่นออกมาดีเกินคาด แม้มีความกังวลเรื่องสหรัฐฯอาจลดมาตรการ QEก็ตาม ภาพรวมยังคงความผันผวนในกรอบ 1630-1650 โดยมีแรงหนุนจากการกลับมาซื้อสุทธิของต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและอนุพันธ์ รวมถึงความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกนง.ในการประชุมปลายเดือน หลังจีดีพี 1Q/56 ของไทยเติบโตต่ำกว่าคาดจากผลกระทบภาคส่งออก จนทำให้มีการปรับประมาณการเติบโตทั้งปีลงสู่ระดับ 4.2-5.2% จาก 4.5-5.5%
แต่ปัจจัยกดดันที่จะจำกัด Upside และย่อตัวลงตามมาได้ คือ การจับตาการให้การต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดในวันพรุ่งนี้ เพื่อจับสัญญาณเรื่องศก.และมาตรการ QE คาดจะมีการเวียนกลุ่มเก็งกำไรมากขึ้น อาทิ กลุ่มที่คาดรับปย.จากการลดดอกเบี้ย แนวต้าน : 1646-1650 แนวรับ : 1637-1631
หุ้นถือต่อในพอร์ต(ราคาเป้าหมายระยะสั้น) SIM(4.4), CPF (31.5), NTV(30), LH(14.2)
หุ้นแนะนำเพิ่ม (ราคาเป้าหมายระยะสั้น) KK (70) คาดการณ์เรื่องลดดอกเบี้ยช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเช่าซื้อ + งบ 2Q56 โตสูงจากการบันทึกค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายกองทุน BTSGIF
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าทิศทางตลาดหุ้นวันนี้พักช่วงสั้น รอปัจจัยสหรัฐฯ วันพุธ โดย KGI คาด SET วันอังคารทรงตัวหรือบวกแคบๆ แรงซื้อหุ้นพลังงานยังมีอยู่ตามราคาน้ำมันสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น 4 วันติดกัน และราคาหุ้นยังไม่สูงมาก ขณะที่กลุ่มบ้านและที่ดินจะมีแรงเก็งกำไร กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายวันที่ 29 พ.ค. หลัง GDP ไตรมาส 1/2556 ของไทยต่ำกว่าคาด (กลุ่มธนาคารอาจมีจิตวิทยาเชิงลบเล็กน้อย) อย่างไรก็ดีปัจจัยภายนอกวันนี้ไม่หนุนมากนัก หุ้นสหรัฐฯ พักฐานหลังขึ้นแรงและนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูปัจจัยสำคัญฝั่งสหรัฐฯ ในคืนวันพุธ (ประธานเฟดแถลงเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน, มีรายงานผลประชุมเฟดจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค.)
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
ซื้อ SIRI, HMPRO*, CPN*
บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง หลังรายงานตัวเลขกิจกรรมการผลิตอ่อนแอ ประกอบกับความกังวลว่าเฟดอาจยุติโครงการซื้อคืนพันธบัตรเร็วกว่าคาด ทั้งนี้เรามองว่าตลาดโดยรวมน่าจะยังคงแกว่งตัวเชิงบวก คือแม้จะมีความกังวลของตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นเร็ว/ช้ากว่าคาด แต่โดยรวมยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวที่จะชัดขึ้นตามเวลา อย่างไรก็ตามตลาดอาจมีสะดุดหาก 1) มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ค่าเงินญี่ปุ่นแข็งค่า ซึ่งจะขัดขวางธุรกรรม Yen Carry Trade ได้ 2) ความกังวลเรื่องยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของสหรัฐฯ (ซึ่งไม่น่าจะเร็วกว่า 1Q57) สำหรับหุ้นไทย ประเด็นความกังวลในภาพเศรษฐกิจโลกมีผลกระทบทางตรงไม่มากนัก แม้รายงาน GDP 1Q56 ที่ 5.3% เท่ากับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ (แต่ต่ำดว่าที่ตลาดคาดที่ 5.8%) แต่ก็มีประเด็นลดดอกเบี้ยมาช่วยหักล้าง อย่างไรก็ตามความกังวลที่ทำให้ตลาดปรับ/เหวี่ยงลงแต่ละครั้ง น่าจะช่วยให้ตลาดลดความร้อนแรง และเป็นจุดเข้าซื้อสะสมที่ดี
//ปัจจัยอื่น/ ธนาคารกลางญี่ปุ่นแถลงเรื่องนโยบายดอกเบี้ย 21-22 พ.ค. / เบนเบอร์นันเก้ แถลงแนวโน้มเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรส 22 พ.ค. / บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน 21 พ.ค. DTAC VGI GRAMMY SYMC, 22 พ.ค. CENTEL CPN TK AS PAE, 23 พ.ค. TRT KBS NMG NBC NINE / กนง.ประชุม 29 พ.ค. หากเก็งกำไรลุ้นลดดอกเบี้ย เลือก SIRI AP / หุ้นแนะนำที่ผ่านมาที่ยังน่าสนใจ TTA BAY กลยุทธ์การลงทุน: SET Index ผ่าน 1640 ขึ้นมาซึ่งทำให้มีโมเมนตัมเชิงบวกในการขึ้นทดสอบ 1660-1680 แม้อาจมีแกว่งลงทดสอบ 1625-1630 แต่จุดดังกล่าว (ถ้าลงถึง) จะเป็นระดับเสี่ยงซื้อที่น่าจะปลอดภัย กลยุทธ์โดยรวมอาจซื้อสะสมต่อยอดของที่มีในจังหวะตลาดปรับ ในขณะที่การลงทุนใหม่เน้นหุ้น Turnaround และที่มีโอกาสถูกปรับประมาณการขึ้น หุ้นแนะนำ BECL MALEE SPCG
สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (เมื่อ 20 มี.ค.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งที่สองในรอบ 11 เดือน ลง 10% เหลือ 60% (ครั้งแรกเมื่อ 22 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC AP MK TTA MAJOR STANLY PM TK PTT CPF TICON ROJNA TUF MALEE
|