September 20, 2014   10:59:27 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ปริศนา "เอเวอร์แลนด์"
 

????
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,238
วันที่: 08/09/2007 @ 11:32:13
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา บมจ.เอเวอร์แลนด์ ของ ตระกูลโลจายะ ภายใต้การปลุกปั้น ของ "สวิจักร์ โลจายะ" รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเวอร์แลนด์ ตัดสินใจทำสัญญา "ขาย" หุ้นสามัญใน บริษัท มายรีสอร์ท จำกัด "ทั้งหมด" ให้กับ บริษัท นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ จำกัด ซึ่งบริษัทแห่งนี้ บมจ.เอเวอร์แลนด์ ถือหุ้นอยู่ 99.99%



บริษัท มายรีสอร์ท จำกัด เป็นเจ้าของที่ดินประมาณ 519 ไร่ ซึ่งเตรียมเปิดโครงการมายโฮมสุวินทวงศ์ เฟส 2-10 โดยวางแผนจะก่อสร้างบ้านเดี่ยว จำนวน 1,179 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่ผ่านมา ผู้บริหาร บมจ.เอเวอร์แลนด์ "ให้ข่าว" กับสื่อมวลชน ในลักษณะ "ขายอนาคต" โครงการนี้มาตลอดว่า จะเป็น "จุดเปลี่ยน" อนาคตใหม่ ของ บมจ.เอเวอร์แลนด์

แต่จู่ๆ ก็มาสรุปว่า จะขายอนาคตที่เคยวาดไว้ "สวยหรู" ทิ้งซะงั้น!!! แล้วราคาหุ้นที่เคยถูก "ตีฟอง" จากข่าวนี้ ใครรับผิดชอบ

สรุปว่า โปรเจคนี้ "สวิจักร์ โลจายะ" เป็นผู้ได้รับ "มอบหมาย" จากบอร์ด ให้เป็นผู้เจรจา และดำเนินการ "ขาย" โครงการนี้ ให้กับ บริษัท นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ จำกัด ที่ระบุว่า ถือหุ้นใหญ่ โดย "อนุชาติ โปรา" นักธุรกิจที่ไม่มีใครในวงการรู้จัก ด้วยมูลค่าทั้งหมด 259.53 ล้านบาท หรือ คิดเป็นขนาดรายการเท่ากับ 45.46% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(ส่วนผู้ถือหุ้น)ของบริษัท ซึ่งถือว่า "สูงมากๆ"

ประเด็นที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้ จะเป็นการ "เปิดประเด็น" และ ชี้ถึง "ความเกี่ยวโยง" เพื่อให้ผู้อ่านตัดสิน "ถูก-ผิด" ด้วยวิจารณญาณของตนเอง

ประเด็นที่ 1...บริษัท นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ จำกัด ในฐานะ "ผู้ซื้อ" ที่ดินผืนงาม จาก "บริษัทลูก" ของ บมจ.เอเวอร์แลนด์ จดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 ระบุที่ตั้งเดียวกันกับ บริษัท มายรีสอร์ท โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งมี "สวิจักร์ โลจายะ" เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ทั้งๆ ที่มีการระบุว่า "ผู้ซื้อ" และ "ผู้ขาย" ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องที่จะเข้าข่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน

แต่ นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ และ มายรีสอร์ท โฮลดิ้ง กลับระบุ "ที่ตั้ง" อยู่ที่เดียวกัน เลขที่ 191/12 อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 29 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 แสดงว่า "เกี่ยวข้องกัน" หรือไม่..?

ขณะที่ บริษัทสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย โลจายะ จำกัด ซึ่งมี "จอมทรัพย์ โลจายะ" เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ก็ตั้งอยู่(ห้อง)ติดกันกับ นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ คือ เลขที่ 191/11 อาคารซีทีไอทาวเวอร์ ชั้น 29 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 ยิ่งชัดว่า "เกี่ยวข้องกัน" หรือไม่..?

ประเด็นที่ 2...อนุชาติ โปรา นักธุรกิจที่ไม่มีใครในวงการรู้จัก ที่ระบุว่า เป็น "เจ้าของ" นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ "ผู้ซื้อ" นั้น เคยเป็นกรรมการอยู่ใน บริษัท จุฑาวณิชย์ จำกัด ร่วมกับ สมชาติ โลจายะ, ม.ร.ว.จุฑาภา โลจายะ และม.ร.ว.ณัฏฐธรรม วรวรรณ แต่ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้ "ร้าง" และถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2529 แสดงว่า อนุชาติ โปรา กับคนในตระกูลโลจายะ รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ใช่หรือไม่..?

ประเด็นที่ 3...นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ ระบุประเภทธุรกิจ รับซื้อหรือโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน เมื่อตรวจสอบงบการเงิน "ย้อนหลัง 2 ปี" (2548-2549) มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท มีสินทรัพย์ 12.15 ล้านบาท หนี้สิน 11.22 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 9.33 แสนบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการประกอบธุรกิจใดๆ จึงไม่มีรายได้ "แม้แต่บาทเดียว" ดูจากประเภทธุรกิจ และฐานะการเงิน นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ ไม่น่าจะใช่ "ตัวจริง" พูดตรงๆ ก็คือ เป็น "นอมินี" ใช่หรือไม่..?

ประเด็นที่ 4...กรณีที่ หากไม่ขายที่ดินผืนนี้ ตามแผนของ บมจ.เอเวอร์แลนด์ ตั้งใจจะขึ้นโครงการมายโฮมสุวินทวงศ์ เฟส 2-10 จำนวน 1,179 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราคาขายหลังละ 6.7 ล้านบาท แสดงว่าที่ดินผืนนี้มีศักยภาพในการพัฒนา แต่เหตุใดจึงขายที่ดินออกไปในราคา 259.53 ล้านบาท หรือขายออกไปในราคาเฉลี่ยไร่ละประมาณ 516,000 บาท ถามว่า "ถูกเกินไปหรือไม่!!!"

ทั้งนี้ บมจ.เอเวอร์แลนด์ แจ้งว่า ต้องการนำเงินไปชำระคืนหนี้ "บุคคลภายนอก" 107.87 ล้านบาท และใช้พัฒนาโครงการ 151.66 ล้านบาท ที่ผ่านมาบริษัทเคยแจ้งว่า ได้กู้ยืมเงินระยะสั้น จาก "ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม" ในวงเงิน 150 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 5% ต่อปี

ประเด็นที่ 5...ก่อนหน้าจะมีมติขายที่ดิน "ผืนใหญ่ที่สุด" ของบริษัทออกไป ได้เกิดเหตุกาาณ์ "บล็อกโหวต" คว่ำมติเพิ่มทุน จาก 300 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท ซึ่งในวงการรู้กันว่า ตระกูลโลจายะ ต้องต่อสู้กับกลุ่ม "เสี่ย ส." ที่ผนึกกับ "ชนะชัย ลีนะบรรจง" ต้องการเข้ามามีบทบาทภายในบริษัท ที่ผ่านมาก็ส่ง "พันธมิตร" เข้ามาถือหุ้นแล้วเป็นจำนวนมาก นี่อาจเป็น "มูลเหตุชักจูง" ประการหนึ่งหรือไม่ ให้ตระกูลโลจายะ "เร่งขายที่ดิน" ผืนงามนี้ออกไป

เมื่อพิจารณาจากข้อมูล "ประเด็นที่ 1-4" ประกอบ ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่า แท้จริงแล้วที่ดินผืนนี้ ไม่น่าจะ "หลุดมือ" ไปไหนไกล หรืออาจเข้าทำนอง "เรือล่มในหนอง" และ "อัฐยายซื้อขนมยาย" อะไรประมาณนั้นรึเปล่า! และเงินตั้ง 259.53 ล้านบาท บริษัท นิว ฮาร์เบอร์วิลล์ จำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท จะเอาเงินมาจากไหน..น่าคิดจริงๆ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com