April 17, 2014   1:46:03 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > วิเคราะห์หุ้น
 

kaisel
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 3,366
วันที่: 25/09/2008 @ 09:26:58
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

.--บมจ. หลักทรัพย์ เอเชีย พลัส

Distributor - Bisnews AFE

ทยอยขายทำกำไร

ภาพวันวาน
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดดัชนีไทยบวก 12.18 จุด ในทิศทางเดียวกับตลาดเพื่อนบ้าน แต่มูลค่าการซื้อ
ขายยังทรงตัวที่ 9,764.25 ล้านบาท และต่างชาติยังขายสุทธิ ต่อเนื่อง ด้วยมูลค่า 930.27 ล้านบาท

ความเชื่อมั่นฟื้นช่วงสั้น หลังมีข่าวการซื้อสถาบันการเงิน และสินทรัพย์ในสหรัฐ
แม้ยังรอผลการพิจารณาแผนซื้อหนี้เน่า (Mortgage Loans) จากสภาคองเกรส วงเงิน 7 แสน
ล้านเหรียญฯ แต่ข่าวความคืบหน้าในการเข้าซื้อหุ้นของโกลด์แมน แซคส์ โดยบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์
ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ วงเงิน 10 พันล้านบาท (5 พันล้านเหรียญฯแรก ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งกำหนดจ่าย
เงินปันผล 10% และ ที่เหลือเป็น warrant โดยผู้ซื้อ ได้สิทธิที่ราคา มีส่วนลดจากราคาตลาด 8% หรือ
115 เหรียญสหรัฐ ต่อหุ้น) ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตามปัญหาที่ต้องติดตาม
ต่อคือ สินเชื่อซับไพร์มที่เหลืออีกบางส่วนครบกำหนดต้องถูกปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามตลาดอีก 33% ของ
ลูกหนี้ซับไพร์ม (ราว 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ) ยังจะก่อปัญหาต่อไป ทำให้สถาบันการเงินที่เหลือต้อง
บันทึกขาดทุนจากการตั้งสำรองฯ และ นำมาสู่การเพิ่มทุนในที่สุด จะยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะ
กลาง มีผลทำให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ ยังคงปรับตัวผันผวน แต่คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีแนวรับที่ระดับ
10,500 จุด ผลกระทบจากสถาบันการการเงินทยอยล้มละลาย คาดว่าจะกดดันภาวะเศรษฐกิจสหรัฐให้เข้า
สู่ภาวะถดถอยอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งยังคงเป็นประเด็น กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยให้อยู่
ในภาวะชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาราคาหุ้นกลุ่ม ธ.พ ปรับตัวลดลงลึก
กว่าตลาด จากผลกระทบทางจิตวิทยาของปัญหาภาคการเงินในต่างประเทศ แต่หากแผนการช่วยเหลือเดิน
หน้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดฟื้นตัวระยะสั้น ณ ระดับราคาปัจจุบันน่าจะเป็นจังหวะการอ่อนตัวซื้อ
KBANK(FV@B96.23), SCB(FV@B90.02)

ราคาน้ำมันลดลง แต่ยังสอดคล้องกับประมาณการของ ASP
ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากผู้บริโภครายใหญ่สุดของโลกอย่างสหรัฐ
ชะลอการใช้น้ำมันลดง โดยในเดือน ส.ค. พบว่าความต้องการใช้เบนซิน ลดลง 3.5% yoy (เฉลี่ย 9
ล้านบาร์เรลต่อวัน) และ หักล้าง การรายงานปริมาณอุปทานสำรองของสหรัฐ ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต่อ
เนื่องในหลายสัปดาห์ โดยในสัปดาห์ล่าสุดพบว่า น้ำมันดิบสำรองลดลงมากถึง 1.5 ล้านบาร์เรล และ
เบนซินลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 9 โดยลดลง 5.9 ล้านบาร์เรล นับว่าเป็นปริมาณสำรองต่ำสุดในรอบ 40 ปี
อย่างไรก็ตามการลดลงของปริมาณสำรองมีเหตุผลสำคัญ มาจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงราว 16% จาก
สัปดาห์ก่อนหน้า โดยลงมาอยู่ที่ ราว 7.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีทิศทาง
อ่อนตัวลง ล่าสุดอยู่ที่ 94.87 เหรียญฯต่อบาร์เรล ปรับลดลง 5.3% จากจุดสูงสุดในต้นสัปดาห์ อย่างไรก็
ตามราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจากต้นปีจนปัจจุบันอยู่ที่ 107.33 เหรียญฯต่อบาร์รเล ใกล้เคียงกับสมมติฐาน
ของ ASP ที่ 100 เหรียญฯต่อบาร์รเล จึงยังแนะนำให้ซื้อลงเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว ในหุ้นน้ำมัน (PTT,
PTTEP)

รัฐบาลสมชาย 1 มาแล้ว
การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อม
กับการชูแผนนโยบาย 14 นโยบายเร่งด่วน, 8 นโยบายหลัก และ 14 นโยบายย่อย สำหรับระยะเวลา
การทำงาน 3 ปี ทั้งนี้คาดว่าจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระยะสั้นแก่นักลงทุนในประเทศได้ แต่ด้วยความกดดัน
จากภาวะในต่างประเทศนั้น จะส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยยังเป็นการแกว่งตัวในกรอบจำกัด โดยมีแนวต้านที่ระดับ
640 จุดน่าจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นและการบริโภคในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 4 นี้ แนะนำ
ซื้อสะสม BIGC(FV@62.2), MAKRO(FV@115), CPALL(FV@B14.04) และเก็งกำไรในกลุ่มรับเหมาฯ
ITD, CK, STEC

INVESTORS PLUS
แนวรับ / แนวต้านใน 1 สัปดาห์ของดัชนีตลาด : 580/650 จุด
ตลาดวันนี้ : คาดวันนี้ดัชนีแกว่งตัวลง แนวรับ 605 จุด แนวต้าน 630 จุด
กลยุทธ์วันนี้ : เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบแนวรับ และแนวต้านของหุ้นรายตัว SCB(69/75),
KBANK(63/68)

:lol:

 กลับขึ้นบน
kaisel
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 3,366
#1 วันที่: 25/09/2008 @ 09:28:17 :
.--บล.ธนชาต

Distributor - Bisnews AFE

* Sideway การดีดขึ้นต่อเพื่อปิด GAP 624-640 จะไม่ถูกปิดสนิท และเป็นแค่ระหว่าง ชม.
* ระหว่าง ชม. ที่ฟื้นตัว แนวต้านถูกจำกัดแค่ 628 จุด
* แรงขายจะมีออกมาตลอดทางที่ดีดกลับ หลัง Vol. เฉลี่ยต่ำกว่า 10,000 ลบ.

แนวรับ 614-610 จุด
แนวต้าน 624-628 จุด
* ดันซื้อหุ้นกลุ่มหลัก อาทิ พลังงาน ธนาคาร ไอซีที ส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากการกระแสที่ว่า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ จะเข้าซื้อหุ้นในโกลด์แมน แซคส์ 5 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งโอกาสที่จะทำ Window
Dressing ของกองทุน
* วันนี้ทิศทางหลักอยู่ที่การ Sideway ช่วงดันขึ้นปิด GAP 624-640 จุดระหว่าง ชม. การซื้อ
ขายจะยังไม่ถูกปิด เนื่องจากแรงซื้อมาจากทางฝากกองทุนที่เข้ามาซื้อเพื่อทำปิดงวดบัญชี 3Q08 เท่านั้น
ขณะที่ตลาดทุนทั่วโลกยังการอนุมัติจากสภาคองเกรสในแผนกู้วิกฤตการเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์
* การฟื้นตัวขึ้นต่อถูกจำกัดด้วยแนวต้าน 628 จุด ตราบใดที่การฟื้นตัวขาดความต่อเนื่องของ
Vol. ที่หนุนและไม่ break 634 จุดขึ้นยืน SET INDEX ยังอยู่ในอาการเดิมๆ คือ ดีดแบบหลวมเพื่อลงต่อ
เว้นแต่มีการอนุมัติของแผนดังกล่าว ที่จะดึงการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง
* Vol. เฉลี่ยที่ยังต่ำกว่า 10,000 ลบ. ทำให้ทุกครั้งที่ดีดยังมีแรงขายกดตลอด โดยมีความ
เสี่ยงที่ควบคุมยากจากปัจจัยภายนอก

วิเคราะห์รายกลุ่มอุตสาหกรรม

SETBANK: ซื้อดักข่าวบวก (ที่ยังไม่รู้จะมีหรือไม่) รออ่อนตัว
แนวรับ: 207 จุด แนวต้าน: 230-232 จุด
* เมื่อวานราคาหุ้นใหญ่มีแรงซื้อคืนจากฟากกองทุน ฉะนั้นยังไม่แน่นอนว่าจะขึ้นได้ต่อเนื่อง จะ
เป็นเพียงแค่การทำ Window Dressing หรือไม่ ตราบที่ Fund Flow ยังไม่ไหลกลับ ยากที่จะฟื้นตัวขึ้น
ถาวร เป็นแค่การเกิด Technical Rebound สั้นๆ ในช่วงนี้ เว้นแต่แผนกู้วิกฤตผ่านการอนุมัติจากสภา
คองเกรส ที่จะมีแรงซื้อคืนจาก Fund Flow
* อ่อนตัวซื้อ เน้นแค่ KBANK และ SCB

RTXUSTBT: อ่อนค่าสัมพันธ์กับแนวโน้ม SET INDEX
แนวรับ: 33.70-33.60 บาท แนวต้าน: 34.50-34.70 บาท
* ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าหลังจากเดินหน้าทำสถิติแข็งเร็วในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่
เกิดจากความสัมพันธ์ในเชิงผกผันกับดอลลาร์มากกว่า ยังเป็นตัวชี้ถึงทิศทางการไหลออกของ Fund Flow
ที่ยังไม่มีสัญญาณการไหลกลับในระยะเวลาอันใกล้
* ช่วงอ่อนค่ามีรอบที่กลับมาแตะ 34.50-34.70 บาทอีกรอบ เป็นผลบวกกับหุ้นส่งออก อาทิ CPF
TUF KASET และ DELTA

ปวริศา เลิศกิจคุณานนท์,
pawarisa.ler@thanachart.com, +66 2617 4900 ต่อ 4991


หุ้นเด่นวันนี้: KASET, MPIC, PAE
* หุ้นเด่นรองลงมา: LANNA, MILL, THL, EVER, LL, TMT, TNDT
* เมื่อวาน SET ฟื้นตัวกลับมาได้ กลับมาปิดที่ 620.43 จุดบวกมา 12.18 จุด จากแรงดันของ
หุ้นธนาคารใหญ่ ทำให้หุ้นที่เราแนะเข้าวินไปสอง คือ EWC และ TGPRO ส่วน SH วิ่งแรงตอนครึ่งแรก
ครึ่งหลังหมดแรง ลงมาปิดเสมอตัว
* วันนี้ ชวนไปกินวุ้นเส้น...KASET...แล้วตามไปดูหนัง...MPIC...ตบท้ายด้วย
...PAE...เลือกเอาตามใจชอบนะครับ

KASET ปิด 5.40 บาท (+0.20 บาท) คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ 5.25-5.20
แนวต้าน 5.75-5.80
ตัดขาดทุน เมื่อหลุดต่ำกว่า 5.20

* ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องมาสองวันเมื่อวานสามารถขึ้นมายืนปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันได้
พร้อมด้วยปริมาณหุ้นเปลี่ยนมือเพิ่มสูงขึ้น

* วันนี้เปิดแล้วไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับ 5.20 บาท คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน
5.75-5.80 บาทได้

MPIC ปิด 2.82 บาท (+0.14 บาท) คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ 2.72-2.70
แนวต้าน 2.88,3.16
ตัดขาดทุน เมื่อหลุดต่ำกว่า 2.70

* เมื่อวานราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นและวกกลับขึ้นมายืนปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันได้ ด้วยปริมาณหุ้น
เปลี่ยนมือเพิ่มสูงขึ้น
* วันนี้เปิดแล้วไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับ 2.70 บาท คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 2.88
บาท ผ่านได้จะมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 3.16 บาท

PAE ปิด 0.74 บาท (+0.01 บาท) คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ 0.73-0.72
แนวต้าน 0.79,0.83
ตัดขาดทุน เมื่อหลุดต่ำกว่า 0.72

* ราคาหุ้นลงมาสร้างฐานราคาที่ 0.72 บาท เมื่อวานยกฐานสูงขึ้น และปริมาณหุ้นเปลี่ยนมือ
เริ่มเพิ่มสูงขึ้น ยืนยันแนวโน้มการฟื้นตัวขึ้นต่อ
* เปิดแล้วไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับ 0.72 บาท คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 0.79 บาท
ผ่านได้จะไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 0.83 บาท

แสงธรรม จรณชัยกุล, CISA,
Saengtham.jar@thanachart.co.th, +66 2617 4900 ext. 4990

Most active stocks

ชื่อหุ้น ปิด
นักลงทุนและใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ แต่มิได้มีเจตนาชี้นำหรือเชิญชวนให้ซื้อหรือ
ขายหรือประกันราคาหลักทรัพย์แต่อย่างใด ทั้งนี้รายงานและความเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ หากข้อมูลที่ได้รับมาเปลี่ยนแปลงไป การนำข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง
ส่วนไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือนำออกเผยแพร่แก่สาธารณชน จะต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทก่อน
--จบ--

:lol:
 กลับขึ้นบน
kaisel
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 3,366
#2 วันที่: 25/09/2008 @ 09:29:12 :
.--บล.กิมเอ็ง

Distributor - Bisnews AFE

แนวโน้มตลาดวันนี้
มุมมองตลาด: ตลาดจะแกว่งตัวโดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลางและได้รับแรงหนุนจากการซื้อ
หุ้นปิดไตรมาสของนักลงทุนสถาบันต่อไป
แนวคิดหลัก: แม้ความเสี่ยงจากวิกฤติการเงินสหรัฐฯ จะยังครุกรุ่นอยู่แต่ตัวแปรเศรษฐกิจมหภาค
ของไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และเสถียรภาพกำไรในไตรมาส 3/51 (โดยเฉพาะธนาคารและธุรกิจใน
ประเทศ) จะทำให้การซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในระยะนี้เป็นไปได้ด้วยดี

ปัจจัยตลาด:
* ดัชนีหุ้นต่างๆในสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อยในระหว่างรัฐสภาพิจารณาผ่านงบประมาณมูลค่า 7 แสน
ล้านUS$ และตลาดจะจับตามาตรการที่จะพยุงระบบเศรษฐกิจอย่างมีความเบ็ดเสร็จสมบูรณ์มากขึ้นกว่าที่ได้
กระทำในระยะ 1 ปีหลังนี้มากกว่า
* ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำและน้ำมันดิบ) ไม่ผันผวน ค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้น เทียบกับ
ค่าเงินเยน และ ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีในสหรัฐ ลดลงเป็น 3.77% ผลมาจากหุ้นสหรัฐฯไม่ได้ตกหนัก
หรือผันผวนมากเมื่อคืนนี้
* คณะรัฐมนตรีใหม่ได้รับการโปรดเกล้า ฯ เมื่อเย็นวานนี้ และไม่มีผลบวกต่อตลาดแต่อย่างไร
เพราะเห็นจะเป็นเพียงรัฐบาลช่วงสั้นๆ เท่านั้น

แนวการเทรดหุ้น:
* เน้นลงทุนในหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่, PTT และบริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศ (LH, QH,
ADVANC, DTAC และ ITD) จากการซื้อหุ้นปิดไตรมาส (window dressing)
* ขายออกไปก่อนในช่วงนี้ ในหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง PTTEP, BANPU และ TTA และรอซื้อคืน
ในเดือนหน้าหากราคาหุ้นปรับตัวลงอีกสัก 5%-8% จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อ่อนตัวลงและอุปสงค์ทั่วโลก
ชะลอตัว
* ขายทิ้งหุ้น TOP และ PTTAR จากผลกำไรที่ย่ำแย่และวัฎจักรปิโตรเคมีขาลง

กลยุทธ์หุ้น
ซื้อ KBANK ซึ่งเป็นหุ้นที่กองทุนชื่นชอบ
KBANK จะยังเป็นหนึ่งในหุ้นนำตลาด เราชอบ KBANK เนื่องจาก: 1) สินเชื่อแปดเดือนแรก
ของปีนี้เพิ่มขึ้น 12%จากปีที่แล้ว; 2)มีส่วนต่างราคาดอกเบี้ยสูงสุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์; 3) หุ้นถูกขายออก
มามากเกินไป; และ 4) ระดับ P/VB ที่ 1.4 เท่าถือว่าค่อนข้างถูก

สัดส่วนการลงทุน
เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ระดับ 50%
สัดส่วน หุ้นหลัก
เงินสด 50%
หุ้นขนาดใหญ่ 20% BBL, KBANK, SCB, LH, ADVANC และ PTT
หุ้นไวต่อดัชนี 18% BAY, TCAP, QH, AP, ITD และ DTAC
หุ้นมีประเด็น 12% CPN, TTW, และ TVO
หุ้นขนาดเล็ก 0%

หุ้นน่าจับตา
PTTAR ควรขายออกไปหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้น บริษัทจะได้รับผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน
(จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง, ซึ่งเดิมมีกำไรมหาศาลในส่วนนี้ในช่วงครึ่งปีแรก) และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
ปิโตรเคมีที่แคบลง (ส่วนต่างลดลงกว่า 35%-40%) ในช่วงครึ่งปีหลัง

บทวิเคราะห์วันนี้
TVO <17.80 บาท : ซื้อ> คาดไตรมาส 3 กำไรยังแกร่ง จากปริมาณการขายกากถั่วเหลือง
และน้ำมันถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น
ุ * PS <7.35 บาท : ซื้อ> ยอดขายยังคงแข็งแกร่ง แม้ภาวะตลาดโดยรวมจะชะลอตัว
* MAJOR <10.10 บาท : ทยอยสะสม> คาดกำไรฟื้นตัวขึ้นในปีหน้าหลังจากรายได้ภาพยนตร์
ชะลอตัวในปีนี้

สรุปข่าว

TMB ส่งสัญญาณเงินตึง ออกบี/อี 3.5 หมื่นล้าน กู้วิกฤตสภาพคล่องหด KTB จ้องขยับดอกเบี้ย
(ข่าวหุ้น 25/9/51):
แบงก์ทหารไทย (TMB) สู้วิกฤตสภาพคล่องตึงตัว ออกตั๋วแลกเงิน (B/E) ระดมเงินทุน 3.5
หมื่นล้านบาท อายุ 3 เดือน ช็อก!จ่ายดอกเบี้ย 5.5% หวังดึงเงินฝากกลับไว้ปล่อยสินเชื่อปี52 เผยแบงก์
ชาติและคลังออกพันธบัตรค่อนข้างมาก ส่งผลสภาพคล่องในระบบลดลงทำให้แบงก์เปิดศึกชิงเงินฝาก รักษา
ฐานลูกค้า

ธ.กรุงเทพลดกำไร พิษหุ้นกู้เลแมน สำรวจพบแบงก์สหรัฐแห่ขายหุ้น (กรุงเทพธุรกิจ 25/9/51):
แบงก์กรุงเทพคาดได้คืนจากเงินลงทุนหุ้นกู้เลแมน 35% ของมูลค่า 3.5 พันล้านบาท พร้อมปรับ
ลดคาดการณ์กำไรปีนี้ลงเหลือใกล้เคียงปีก่อนที่มี 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันสำรวจรายชื่อผู้ถือหุ้นแบงก์
กรุงเทพล่าสุดพบสถาบันการเงินนอกทยอยขายลดสัดส่วนถือหุ้น โดยเฉพาะพอร์ตนอมินีแบงก์สหรัฐ

CPF รับออเดอร์พุ่งเหตุวิกฤตนมในจีน (ผู้จัดการรายวัน 25/9/51):
CPF เผยวิกฤตนมในจีนส่งผลดีต่อบริษัท เพราะคำสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ และยุโรปพุ่ง และ
อุตสาหกรรมอาหารของไทยได้มาตรฐาน และควบคุมการผลิตอย่างปลอดภัย ยันวิกฤตสหรัฐฯ ไม่ส่งผลต่อ
ธุรกิจอาหารเตรียมเปิดโรงงานอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสุกรในรัสเซียเร็วๆ นี้ ยันปีนี้โกยรายได้ 1.5
หมื่นล้านบาท

แผนลงทุน 10 ปี "ราชบุรีโฮลดิ้ง" ทุ่ม 8 หมื่นล.ผลิตไฟเพิ่มเท่าตัว (ผู้จัดการรายวัน 25/9/51):
ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ วางแผนลงทุน 10 ปี ใช้เงินไม่น้อยกว่า 8 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้า
เพิ่มขึ้นเป็น 8.8 พันเมกะวัตต์เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบันที่ผลิต 4.3 พันเมกะวัตต์ แย้มได้เจรจาเข้าไปทำ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่มในลาว พม่า เขมร อินโดฯและเวียดนามรวมถึงเข้าถือหุ้นในไอพีพีด้วย ชี้โครงการโรง
ไฟฟ้าในลาวดีเลย์ทำให้ไม่มีแผนออกหุ้นกู้ไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า ลุ้น กฟผ.ใจดีให้บริษัทฯเข้าร่วมถือหุ้นใน
โครงการโรงไฟฟ้าท่าซาง หลังพม่ายึดสิทธิการดำเนินการโรงไฟฟ้าดังกล่าวของเอ็มดีเอ็กซ์ให้ กฟผ.ทำแทน

อารียาลดเป้าเหลือต่ำกว่า 2 พันล้าน ขอต่ออายุวอร์แรนต์เหตุกู้เงินไม่ได้ (ข่าวหุ้น 25/9/51):
อารียาปรับเป้ารายได้ปีนี้ใหม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท เหตุลูกค้าโอนล่าช้า บวกกับบางโครงการ
ก่อสร้างช้ากว่าแผน ทำให้ยอดโยนไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่มั่นใจทั้งปีโตตามเป้า คาดมีอัตรากำไรขั้นต้น
25-30% พร้อมขอต่ออายุวอร์แรนต์ออกไปอีก เนื่องจากยังเจรจากู้เงินกับสถาบันการเงินต่างประเทศไม่ได้

จัสมินเทรดพาร์ใหม่วันนี้50สตางค์ ลุ้นหักนำส่วนต่างล้างขาดทุนสะสม (ข่าวหุ้น 25/9/51):
ประเดิมเทรดพาร์ใหม่ 0.50 บาท วันนี้ JAS คาดราคาในกระดานไม่สะเทือน ลุ้นนำส่วนต่าง
ไปล้างขาดทุนสะสม ปูทางสู่การจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น

แก๊สโซฮอล์ส่อวิกฤติไม่มีเอทานอล เชลล์นำคู่แข่งขึ้นราคาน้ำมัน 60 สต. (ไทยโพสต์ 25/9/51):
นายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ใน
สัปดาห์หน้ากระทรวงพลังงานจะมีการนัดประชุมเพื่อแก้ปัญหาเอทานอลขาดแคลน ซึ่งทำให้เชลล์ต้องชะลอการ
ขยายการลงทุนจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ออกไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน เนื่องจากช่วงนี้ปริมาณ
เอทานอลไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ เพราะผู้ผลิตเอทานอลบางรายส่งออกเพื่อไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ

:lol:
 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com