December 14, 2017   3:15:56 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดานหุ้น โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,191
วันที่: 05/10/2017 @ 08:38:15
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*ช่วงนี้ไปไหนก็มีแต่คนชวน “โมนิก้า” เม้าท์ถึงความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,700 จุดตลอดเวลา ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดว่า ทุกคนมีความเชื่อไปทางนั้นเป็นส่วนใหญ่ และเรื่องนี้ก็มีฐานความคิดมาจากการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 61 ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมกับดันดัชนีทะยานขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,800 จุดอีกด้วยนะจ๊ะ

*เหล่านี้เป็นความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดกันปากต่อปาก จนหลายคนเชื่อจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ “โมนิก้า” จึงขอแตะเบรกเพื่อดับอารมณ์เพ้อฝันสักนิดหนึ่ง เพราะข้อมูลหลักที่เห็นกันเต็มสองลูกตามีแต่เรื่องน่ากังวล แถมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนก็ใช่จะสวยหรู ผสมผสานกับปัญหาหนี้สินที่กลุ่มแบงก์ต้องเผชิญวิบากกรรม ยังไม่นับรวมเรื่องตั๋วบี/อีที่ระเบิดออกมาเรื่อยๆ เดี๊ยนสงสัยเหลือเกินว่า หุ้นไทยไปได้จริงเหรอ?

*ที่น่าสนใจคือ วานนี้ฝรั่งขี้นกเทขายหุ้นออกมา 1 พันล้านบาท ขณะที่กองทุนตัวแสบเก็บหุ้นเข้าพอร์ต 540 ล้านบาท ตามติดมาด้วยแมงเม่ากวาดหุ้นเข้าพอร์ตไป 430 ล้านบาท เหมือนเป็นการส่งสัญญาณเตือนนักเล่นให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะการขึ้นของหุ้นในเที่ยวนี้เป็นลักษณะดันเพื่อปล่อยของ จึงเห็นรายการทุบโชว์เพื่อทำให้ผู้เล่นเกิดอาการเข็ดขยาด ต่อจากนั้นตัวเองค่อยไปรับของถูกไงล่ะค่ะ

*ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่เห็นดัชนีพุ่งปรี๊ดขึ้นไปถึง 1,698.59 จุด พอคล้อยหลังได้ไม่ทันไร ก็กระหน่ำเทขายหุ้นอย่างหนักหน่วง จนดัชนีทรุดลงมากองที่ระดับ 1,682.04 จุด ก่อนจะดันกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,687.77 จุด ลบไป 2.20 จุด ด้วยมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถึงกล้าเม้าท์มอยอย่างเต็มปากเต็มคำว่า นี่เป็นการเล่นหุ้นแบบเฉพาะกิจ หากยืนไหวก็เล่นกันต่อ หากยืนไม่ไหวก็ไปเซ็ทกันใหม่..มันนี่เกมเพียวๆ ไม่มีเรื่องอื่นเจือปนพะยะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวเห็นได้จากหุ้น AOT แกว่งไปแกว่งมาตลอดเวลา ทั้งที่ตัวเลขทุกอย่างดูดีไปหมด “โมนิก้า” มองเป็นการทดสอบแรงซื้อแรงขายของนักเล่นสถาบัน ก่อนจะดันหุ้นขึ้นไปสร้างแนวรับที่มั่นคงกว่าเดิม วานนี้ถึงเห็นหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 58.25 บาท ลบไป 0.75 บาท ด้วยมูลค่า 2.80 พันล้านบาท เดี๊ยนเม้าท์ได้ทันทีว่า หากหุ้นไม่อ่อนตัวหลุดเส้น 25 วันตรงบริเวณแนวรับ 57 บาท ก็ไม่มีอะไรต้องคิดมากหรอกค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ PTTEP ทรุดตัวลงมายืนที่ระดับ 89.50 บาท ลบไป 1.25 บาท ด้วยมูลค่า 666 ล้านบาท ก็ยังไม่มีอะไรเสียหายเช่นกัน เพราะเส้นแนวรับ 25 วันยังอยู่ในทิศทางผงกหัวขึ้นตลอดเวลา บวกกับสตอรี่ใหม่ๆ ที่นำมาขายฝันยังได้การตอบรับที่ดี “โมนิก้า” ถึงมองว่า เดี๋ยวกองทุนก็เข้ามาไล่ราคาใหม่อีกรอบ ต่อจากนั้นก็ทุบลงไปอีก..ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูการเคลื่อนตัวของหุ้นในเดือน ส.ค.-ก.ย. ดูซิค่ะ

*ส่วนในรายของ 2 เกลอหัวแข็งอย่าง MTLS กับ SAWAD ก็มีแพทเทิร์นคล้ายคลึงกับรายข้างต้นที่ “โมนิก้า” เม้าท์ให้ฟังตั้งแต่ตอนแรก เพียงแต่สองรายนี้ต่างกันนิดหนึ่งตรงที่หุ้นทะยานขึ้นทำ new high ต่อจากนั้นถึงจะมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องกลับมาตั้งลำใหม่ที่บริเวณ 35 บาท กับ 60 บาทอีกรอบ หากวันนี้ยืนไม่ได้ละก็..ต้องรีบถอยไปตั้งหลักแบบสุดตัวทันที เพราะจะมีรายการทุบหนักๆ ให้เห็นกันทั้งบาง เมื่อถึงจังหวะนั้นอาจทำอะไรไม่ถูกนะจะบอกให้

*เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ PACE โดนถล่มอย่างหนักหน่วง จนรูดลงมาติดฟลอร์เป็นครั้งแรก พร้อมกับปิดที่ระดับ 1.25 บาท ลบไป 0.52 บาท ด้วยมูลค่า 375 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับข่าวลือที่มีออกมาเป็นระลอก และทางเดียวที่จะทำให้สถานการณ์ดังกล่าวดีขึ้นเป็นลำดับก็คือ ต้องใช้เวลาเยียวยาตัวมันเอง เพราะประเด็นที่ลูกอีช่างเม้าท์ฝอยจนน้ำลายแตกฟองมันเป็นเรื่องเงื่อนเวลาของดีลต่างๆ งานนี้ถึงต้องลุ้นให้ทุกอย่างออกมาดีกว่าที่เม้าท์กันไงล่ะค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ ECF พอถึงเวลาเปิดหน้าไพ่เฉลยออกมาแบบหมดเปลือก แรงเทขายก็กระหน่ำออกมาอย่างหนักหน่วง จนหุ้นไหลลงมาปิดที่ 6.70 บาท ลบไป 1.15 บาท หรือลงไป 14.65% ด้วยมูลค่า 284 ล้านบาท พร้อมกับเกิดกระแสข่าวในทางลับขึ้นมาในทันทีว่า ดีลนี้เกิดจากฝีมือ เฮีย ถ. กับ อาจารย์ ป. ซึ่งเป็นคนที่ชักจูงกองทุนเข้ามารับหุ้น PP เพื่อทำให้เกมจบลงอย่างสวยงาม หรือถ้ายังไม่เข้ารูปเกมที่น้องโมเกริ่นนำให้ฟัง คงต้องย้อนกลับไปดูดีลโรงไฟฟ้าต่างประเทศของหุ้นในตลาด mai ก่อนหน้านี้..ใช้หลักสูตรเดียวกันหรือเปล่า?…อิอิอิ

*ตบท้ายกันที่หุ้นร้อน MPG อุตส่าห์สร้างเรื่อง เต้าข่าวกันยกใหญ่ สุดท้ายก็กลายเป็นบัวแล้งน้ำ ไม่มีอะไรน่าชื่นชมสักอย่าง เมื่อเกมดังกล่าวถูกเปิดโปง นักเล่นเลยแตกกระเจิง หนีเอาตัวรอดกันหมด หุ้นก็เลยทรุดลงมายืนอยู่ที่ 0.77 บาท ลบไป 0.29 บาท หรือลงไป 27.40% ด้วยมูลค่า 66 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการปิดเกมที่โหดสลัดรัสเซียขนานแท้ และทำให้ชื่อของฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ ถูกโจษจันไปอีกนานแสนนานว่า..ทำไมถึงทำกับฉันได้!

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com