November 15, 2018   12:57:59 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดานหุ้น โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,024
วันที่: 06/02/2018 @ 08:42:52
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*หลังจาก “โมนิก้า” เปิดประเด็นเกี่ยวกับความ “ไม่ลงตัว ไม่ลงรอย” ของ 2 หน่วยงานผู้คุมกฎระเบียบของตลาดหุ้นไทย ก็มีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมายเข้ามาให้ข้อมูลเยอะแยะไปหมด รวมถึงพูดถึงประเด็น ICO กันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับมีข่าวสารด้านลบเกี่ยวกับธุรกรรมดังกล่าวมากมาย ก็เกิดคำถามตามหลังขึ้นมาในทันทีว่า ก.ล.ต. กำลังคิดอะไรอยู่?

*เนื่องจากผู้คนมากมายต่างเห็นถึงผลเสียของการเปิดให้ทำธุรกรรม แชร์ลูกโซ่..อุ๊ย..เงินดิจิทัล พร้อมกับตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรมการประวิงเวลา เพื่อพิจารณาการอนุญาตให้ทำธุรกรรมดังกล่าวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของการก้าวไม่ทันโลกอย่างแท้จริง และไม่เข้าใจเป้าหมายของตลาดหุ้นไทยเกิดมาเพื่ออะไร? จึงทำตัวโลไปเลมาแบบขัดใจชาวบ้านชาวช่องนะจ๊ะ

*ประกอบกับในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ออกโรงพูดถึงเรื่องนี้ถี่ยิบ โดยหน่วยงานของ ตลท. ได้แต่ยืนทำตาปริบๆ เพราะไม่มีสิทธิ์ไปคัดค้านอำนาจของหน่วยงานดังกล่าว (กลัวจะโดนตบทรัพย์เพิ่ม) จึงทำให้เกิดกระแสข่าวลือในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกันเยอะแยะไปหมด บ้างก็เห็นด้วย..บ้างก็ไม่เห็นด้วย แต่เสียงส่วนใหญ่ออกไปในโทนที่ไม่อยากให้ทำมากกว่านะคะ

*สำหรับสาเหตุที่ไม่อยากให้ทำก็คงมาจากผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย บวกกับในตลาดโลกก็ยอมรับเรื่องเงินดิจิทัลไม่มากเหมือนที่บางคนคิด ส่งผลให้ภาพของข้อมูลเกิดการขัดแย้งในตัวมันเอง อีกทั้งความรู้ความเข้าใจของคนไทยที่มีต่อเรื่องดังกล่าวก็น้อยมากๆ “โมนิก้า” จึงเป็นอีกคนที่ขอคัดค้านการเปิดให้ทำเงินดิจิทัลแบบสุดลิ่มทิ่มประตูนะจะบอกให้

*งานนี้ถึงขึ้นอยู่กับหน่วยงาน ก.ล.ต. กับ ธปท. อ่านเกมดังกล่าวออกหรือไม่? หากยังไม่เข้าใจ “โมนิก้า” ขอแนะนำให้นิดหนึ่งว่า แชร์ลูกโซ่ คือ การหาคนใหม่เข้ามารับของต่อกันไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงเวลาที่ไม่มีคนเข้ามารับของ ทุกอย่างก็พังทลายลงอย่างราบคาบ เช่นเดียวกับการทำเงินดิจิทัล วันนี้คือการเก็งกำไรเพียวๆ ไม่มีสินทรัพย์อะไรมาเป็นตัวแบ็กอัพ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวขึ้นมาเมื่อไหร่..ทุกอย่างก็จบเห่เหมือนกัน..น้องโมพูดถูกไหม?

*เหล่านี้เป็นข้อมูลที่เฮีย “รพี” ต้องออกมาอธิบายกับสังคมตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ควรมาอมพะนำเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก เพราะผู้คนในตลาดหุ้นเริ่มสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยังไม่มีใครชี้ชัดถึงผลบวกที่จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย และไม่มีใครชี้ถึงผลลบที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยหมดเสน่ห์ “โมนิก้า” จึงขอเกาะติดเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาเม้าท์ให้ฟังนะคะ

*อ้อ!..ล่าสุดดูเหมือนจะเกิดเรื่องฉาวขึ้นมาอีกจนได้ หลังหน่วยงาน DSI เตือน “เงินดิจิทัล” เริ่มเหม็น! “แม่ทีม” ลวงลงทุนก่อนเชิดเงินหนีหายเข้าไปในกลีบเมฆ โดยที่หน่วยงานของประเทศอย่าง “แบงก์ชาติ” ออกมาส่งเสียง แบะ..แบะ พร้อมกับย้ำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ไร้กฎหมายรองรับ! เดี๊ยนมองเป็นเรื่องที่ร้าวรานใจเหลือเกินในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ เพราะกำลังปล่อยให้ทุกคนเผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง!..ไหนบอกจะดูแลอย่างดีล่ะค่ะ

*เม้าท์ถึงเรื่องช้ำใจขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงต้องโฟกัสมาที่การอ่อนตัวของดัชนีลงมายืนอยู่ที่ 1,810.32 จุด ลบไป 17.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.67 หมื่นล้านบาท มันเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดภูมิคุ้มกัน ถึงเกิดอาการ ฝนตกทางโน้น..หนาวถึงคนทางนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เดี๊ยนย้ำกับแฟนคลับเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างเสียงแข็งว่า ให้จับตาดูดัชนีดาวโจนส์ให้ดีเจ้าค่ะ

*เมื่อทุกอย่างถูกกำหนดจากภายนอกเป็นหลัก การเล่นหุ้นเที่ยวนี้ถึงเป็นอะไรที่ยากมากๆ แถมปัจจัยภายในก็ไม่เอื้อเท่าที่ควร “โมนิก้า” ถึงรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเอาเสียเลย และรู้สึกหวั่นใจกับการเทขายหุ้นที่ออกมาเป็นระลอก ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดให้รู้ว่า หุ้นทุกตัวมีโอกาสโดนสาดลงมาหนักๆ เพราะการเล่นเที่ยวนี้ให้แวลูหุ้นแต่ละตัวค่อนข้างสูง เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นกะทันหันก็พร้อมจะหนีมาใช้วิธี “ขายเพื่อลงไปรับข้างล่าง” นะจ๊ะ

*เหล่านี้เป็นเรื่องพื้นๆ ที่นักเล่นต้องหัดทำความเข้าใจ และเริ่มเรียนรู้กระบวนการปรับตัวให้เข้ากับภาวะในช่วงนั้นๆ “โมนิก้า” ถึงไม่อยากชี้หุ้นรายตัวที่น่าซื้อคือตัวไหน? เพราะการเล่นเที่ยวนี้มันเป็นผลมาจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน บวกกับข่าวสารในช่วงนั้นๆ มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า? ผู้เล่นถึงต้องเกาะติดสถานการณ์ตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เงินในกระเป๋าลดลงแบบไม่ทันตั้งตัวพะยะค่ะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com