October 18, 2018   9:36:10 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > กูรูจ่อเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น100% เมินฝรั่งถล่มขายเป็นประวัติการณ์
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,957
วันที่: 11/06/2018 @ 08:52:42
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

โบรกฯ เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นเป็น 80% อนาคตเล็งเพิ่มเป็น 100% หลังปัจจัยภายในดูดี-จีดีพีโตเด่น อัพเป้าดัชนีฯ ปีนี้เป็น 1,898 จุด จากเดิม 1,888 จุด ชูหุ้นแบงก์-อสังหาฯ-รับเหมา-ค้าปลีก น่าลงทุน ด้าน ตลท.เผยเดือน พ.ค.วอลุ่มซื้อขายต่อวันของ SET-mai อยู่ที่ 6 หมื่นลบ.เพิ่มขึ้น 41.7% ส่วนภาพรวมตลาดสัปดาห์นี้ผันผวนรอผลประชุม FED-ECB


***กสิกรไทยพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นเป็น 80%
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นเป็น 1,898 จุด จากเดิม 1,888 จุด หลังประเมินจีดีพีไทยปีนี้ใหม่เป็น 4.5% จากเดิม 4% ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวได้ดีกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก และ การท่องเที่ยว ที่ยังเป็นพระเอกตลอดจนการลงทุนภาครัฐ และ เอกชน ก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน

สำหรับในเดือน พ.ค. 61 ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ของเดือนพ.ค.ในอดีต โดยในเดือน พ.ค. 53 ขายไป 5.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค. ต่างชาติขายหุ้นไทย 1.35 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน

โดยหากการเมืองมีความชัดเจน และ ธนาคารกลางสหรัฐ ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ประกาศไว้จะส่งผลให้เงินที่จะไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ลดลง ซึ่งทำให้ฝ่ายวิจัยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นเป็น 80% จากเดิม 60% เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และในอนาคตจะปรับเป็น 100% ต่อไป

"fund flow ต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาหลังทุกอย่างมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะตอนนี้ปัจจัยในประเทศเราดีทุกอย่าง จีดีพี ส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ เอกชนก็ฟื้นตัวต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า 5 เดือนต่างชาติขายหุ้นไทยไป ก็เชื่อว่าเร็วๆ นี้ต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยเหมือนเดิม" นายประกิต กล่าว

*** แนะลงทุนกลุ่มแบงก์-อสังหา-รับเหมา-ค้าปลีก-อิเล็กทรอนิกส์
โดยกลุ่มที่ฝ่ายวิจัยแนะนำการลงทุนหลัก คือ กลุ่มธนาคาร ที่ได้เห็นการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และ NPLใหม่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ราคาเป้าหมาย 224 บาท/หุ้น, ธนาคารกรุงไทย (KTB) ราคาเป้าหมาย 20.50 บาท/หุ้น และ ธนาคารทิสโก้ (TISCO) ราคาเป้าหมาย 105 บาท/หุ้น

กลุ่มอสังหาฯ ที่มีการเปิดโครงการในปีนี้ทั้งหมด 266 โปรเจค มูลค่า 3.4 แสนล้านบาท โดยไตรมาส 1/61 มูลค่าโครงการที่เปิดทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท ,ไตรมาส 2/61 มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท, ไตรมาส 3/61 มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และ ไตรมาส 4/61 มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยแนะนำให้ลงทุน เช่น บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) (AP), บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH), บริษัท ศุภาลัย (SPALI),บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH), บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI)

ในขณะที่อีก 3 กลุ่มที่น่าสนใจรองลงไป คือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ราคาเป้าหมาย 27 บาท/หุ้น, บริษัท ช.การช่าง (CK) ราคาเป้าหมาย 29 บาท/หุ้น กลุ่มค้าปลีก เช่น ยอดขายต่อสาขา บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ราคาเป้าหมาย 100 บาท/หุ้น, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ราคาเป้าหมาย 92 บาท/หุ้น และ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ราคาเป้าหมาย 26 บาท/หุ้น และ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ราคาเป้าหมาย 39.75 บาท/หุ้น

ในขณะที่กลุ่มที่แนะนำหลีกเลี่ยง คือ กลุ่มมีเดีย โดยพบว่าเม็ดเงินโฆษณาได้กระจายไปยังสื่อออนไลน์มากขึ้น ไม่ได้มุ่งไปหาสื่อหลักเหมือนที่ผ่านมา

*** ตลาดหุ้นเดือน พ.ค.ต่างชาติขายสุทธิ 5.1 หมื่นลบ.
ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนพฤษภาคม 2561 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศในอาเซียนปรับตัวลดลงทั้งหมดซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก โดยการเมืองต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อทิศทางของดัชนี

ในเดือนพฤษภาคม 2561 ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 51,734 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคที่ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิเป็นส่วนใหญ่ โดยเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดตราสารหนี้ของไทยที่ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสถานะซื้อสุทธิ

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 ปิดที่ 1,726.97 จุด ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2560 อย่างไรก็ตาม มี 3 ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่ม ทรัพยากร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มบริการ ตามลำดับ

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 15.74 ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.62 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ ระดับ 13.96 เท่า และ 15.62 เท่า ตามลำดับ

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 2.97% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่อยู่ที่ 2.68%
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 อยู่ที่ 17.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2560
มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือนพฤษภาคม 2561 อยู่ที่ 60,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

*** คาด SET INDEX สัปดาห์นี้ผันผวน
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า สัปดาห์นี้ สัปดาห์นี้ (11-15 มิ.ย.) มีปัจจัยติดตามทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ การประชุมเฟด (12-13 มิ.ย.), การปรับน้ำหนักดัชนี FTSE ณ ราคาปิดวันที่ 15 มิ.ย.,การประกาศรายชื่อหุ้นเข้า-ออกดัชนี SET50-SET100 อย่างเป็นทางการ (คาดระหว่างวันที่ 14-15 มิ.ย.), วันยื่นขอประมูลคลื่น 1800MHz(วันที่ 15 มิ.ย.) ทำให้มองว่าสัปดาห์นี้ SET INDEX จะมีความผันผวนอีกครั้ง

*** ประเมินกรอบดัชนีฯ 1,725 - 1,760 จุด
บล.เอเอสแอล กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ สัปดาห์นี้ (11-15 มิ.ย.) มองว่าผันผวนจากปัจจัยที่รอความชัดเจนทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐ และเกาหลีซึ่งจะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ (12 มิ.ย.) และผลการประชุมและถ้อยแถลงของ FOMC เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ แต่ เอเอสแอล ให้น้ำหนักในทางบวกมากกว่าลบ โดยประเมินกรอบการลงทุนในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,725 - 1,760 จุด


เรียบเรียง ประน้อม บุญร่วม

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com