December 12, 2018   9:26:33 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > หุ้นโรงแรมส่อแววกำไรทรุด-`สมคิด`สั่งยกเครื่องบูมท่องเที่ยว
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,085
วันที่: 03/08/2018 @ 08:54:30
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

หุ้นโรงแรมส่อแววกำไรทรุด-

  กูรูมองหุ้นกลุ่มโรงแรมกำไรแผ่ว หลังหลายปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยุโรปลดลงมาก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว มองกระทบ CENTEL-ERW มากสุด ด้าน"สมคิด" มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวปีนี้แตะ 3 ล้านล้านบาทตามแผน แม้นักท่องเที่ยววูบ หลังเกิดเหตุเรือล่มภูเก็ต สั่งทำแผนฟื้นความเชื่อใหม่ ออกยุทธศาสตร์ใหม่เจาะกลุ่มมุสลิม-เรือสำราญ-ดึงท่องเที่ยวเมืองรอง กระจายรายได้สู่ชุมชน

*** โบรกฯ ให้น้ำหนัก "Neutral"กลุ่มโรงแรม
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ ระบุ กลุ่มโรงแรมมีปัจจัยลบหลายตัว เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียและยุโรปที่มาเที่ยวประเทศไทยลดลงอย่างมาก, จำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว , SSSG ยังอ่อนแอต่อเนื่องทำให้ผลการดำเนินงานของทั้ง CENTEL และ ERW เสียโมเมนตั้มการเติบโตไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CENTEL ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้ารัสเซียและยุโรปสูงที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม MINT ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะกำไรยังโตได้อย่างแข้งแกร่งจากโรงแรมที่โปรตุเกสและมัลดีฟส์ รวมถึงธุรกิจ time-sharing ด้วย ในระยะต่อไป เราคาดว่าอุปสงค์ของโรงแรมในประเทศไทยจะยังคงอ่อนแอในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะกระทบกับการฟื้นตัวของกำไรใน 3Q61 แต่เรามองว่า MINT น่าจะฟื้นตัวต่อไปได้จากอุปสงค์ที่ยังฟื้นตัวได้ดีในกลุ่มโรงแรมหรู และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นก็น่าจะช่วยให้ margin เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากกระแสข่าวลบที่กระทบกับ CENTEL และ ERW ในขณะที่ราคาหุ้นของ MINT ก็ไม่ถูก ดังนั้นเราจึงยังคงให้น้ำหนักกลุ่มโรงแรมที่ Neutral ต่อไป

จาก แนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวในระยะสั้นต้องเผชิญความท้าทายจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซีย ยุโรป และจีนลดลงอย่างมาก ซึ่งในกรณีของรัสเซียมาจากการที่ประเทศรัสเซียจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในขณะที่ความเสี่ยงตลาดจีนมาจากอุบัติเหตุทางเรือที่ภูเก็ตซึ่งเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต และความพยายามปรามปรามทัวร์ผิดกฎหมายซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวกับแพ็กเก็จทัวร์แบบแพกเกจทัวร์ของจีน (ตามปกติจะคิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 40%) ปัจจัยนี้เป็นผลลบกับ CENTEL มากที่สุดเพราะนักท่องเที่ยวจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนสูงสุด CENTEL ที่ประมาณ 20% (เท่ากับจีน) ในขณะที่ของ ERW อยู่ที่ 7% เท่านั้น และของ MINT ยิ่งน้อยกว่านั้นมาก ในขณะที่ แม้ว่าแพ็คเก็จทัวร์จีนที่อาจจะชะลอตัวลงจะส่งผลกระทบโดยตรงกับโรงแรมทั้งสามแห่งมากนัก แต่อาจจะส่งผลทางอ้อมจากการที่ผู้ประกอบการโรงแรมระดับล่างหั่นราคาห้องลง ซึ่งจะกดดันให้โรงแรมระดับบนขึ้นค่าห้องไม่ได้

*** CENTEL-ERW รายได้อ่อนลง MINT แกร่งขึ้น
บล.เคจีไอ ระบุว่า การเติบโตของรายได้/ห้องพักของ CENTEL และ ERW อ่อนลง แต่ของ MINT แกร่งขึ้น โดย CENTEL และ ERW เปิดเผยว่าอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) และอัตราการเติบโตของรายได้/ห้อง (Revpar) ติดลบ -3-4% ในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2561 แต่ฟื้นตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ทำให้คาดว่า Revpar ใน 2Q61 ของ CENTELจะอยู่ที่ -2-3% ส่วนของ ERW -4% ในขณะที่ของ MINT จะอยู่ที่ +2-3% จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของโรงแรมในโปรตุเกสหลังการปรับปรุงโรงแรมซึ่งทำให้Revpar โตถึง +>40% ในขณะที่ของโรงแรมในมัลดีฟส์ก็โตได้ +2% (ในรูปสกุลบาท) โดยไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากแรงกดดันระยะสั้นในประเทศไทย

CENTEL กำไรใน 2Q61F จะอยู่ที่ 414 ล้านบาท (+4% YoY), 6M61F ที่ 1.3 พันล้านบาท (+9.8%) โดย คาดว่า Revpar ของโรงแรมในประเทศไทยจะลดลงเล็กน้อยที่ -2% และที่มัลดีฟส์ (ประมาณ 20% ของรายได้จากธุรกิจโรงแรม) จะลดลง -5-6% ซึ่งจะทำให้ Revpar โดยรวมลดลงประมาณ 2-3% (จาก +4% ใน 1Q61) ในขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหารยังติดลบเล็กน้อย 40% หลังจากที่ปรับปรุงโรงแรมเสร็จเรียบร้อยในเดือนพฤษภาคม 2561 ในขณะที่ Revpar ของโรงแรมในมัลดีฟส์ก็น่าจะเป็นบวกเล็กน้อย ส่วนโรงแรมในประเทศไทยก็ยังคงอยู่ในช่วงของการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทก็ยังได้ปรับกลยุทธ์ของธุรกิจ Time-sharing โดยผ่านการแลกคะแนน ซึ่งช่วยหนุนมาร์จิ้นของธุรกิจโรงแรม แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงอ่อนแอ โดย SSSG ติดลบเล็กน้อย 2-3% จากจีน,ออสเตรเลีย และสิงคโปร์

*** มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ตามเป้า
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มั่นใจปีนี้การท่องเที่ยวจะสร้างรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมาย แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านล้านบาท และจากนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 1 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุด 3 อันดับแรก คือ จีน รัสเซีย และมาเลเซีย

โดยภาพรวมการท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกถือว่าค่อนข้างดี มีจำนวนนักท่องเที่ยว 19.48 ล้านคน ขยายตัว 12.46% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในเดือน มิ.ย. 61 จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 11.57% โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุด คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 1,015 ล้านบาท ขยายตัว 15.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวเพียง 4% เนื่องจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนและยุโรป

*** สั่งปรับแผนท่องเที่ยวหลังเรือล่มภูเก็ตกระทบ
นายสมคิด กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลงชั่วคราว พร้อมได้สั่งการให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกับผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพิ่มการบริการให้กับนักท่องเที่ยวจีนเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจีนถึง 10 ล้านคน โดยให้เพิ่มเรื่องการให้บริการ เรื่องข้อมูลข่าวสาร ผ่านแอพพลิเคชั่น เช่น WeChat ที่ทางนักท่องเที่ยวจีนใช้อยู่แล้ว และการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมอบหมายให้ตำรวจท่องเที่ยวทำงานร่วมกับอธิบดีกรมเจ้าท่า ลงไปตรวจสอบการจัดระเบียบเรือ อู่ซ่อมเรือและท่าเรือในทุกพื้นที่ ส่วนการอำนวยควาสะดวกด้านอื่นๆ อาทิเช่น การอำนวยความสะดวกด้านหนังสือเดินทาง แต่ไม่ได้หารือว่า จะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือไม่

นอกจากนี้ ในที่ประชุม ยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิม ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ และนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชิต และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินโครงการ และกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการของยุทธศาสตร์ดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรฐานที่พักแบบพำนักระยะยาว ฉบับปรับปรุง และการจัดทำแผนบูรณาการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาทบทวนและกำหนดแนวทางในการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 63 ต่อไป

พร้อมกันนี้ให้กำหนดแผนงานในการพัฒนาเมืองรองให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อเลือกจังหวัดที่จะนำมาพัฒนา และช่วยกันประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่เมืองรองและสร้างความเท่าเทียมในระดับชุมชน ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านการคมนาคมและเรื่องที่พักอาศัยด้วย
ส่วนกรณีที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 อย่างเป็นทางการ ได้มอบให้ทางกระทรวงท่องเที่ยว ฯจัดเตรียมสถานที่และกิจกรรมในระหว่างที่มีการเก็บตัว โดยให้ไปพิจารณาว่าจะเลือกจังหวัดใดเป็นที่เก็บตัวและจะมีกิจกรรมใดบ้าง เพื่อช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศ

*** เร่งฟื้นเชื่อมั่นทัวร์จีน

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนอยู่บ้าง แต่ยังมั่นใจว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ที่ 11 ล้านคน พร้อมเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาเต็มที่ โดยเชื่อว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไดั

"ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าความรู้สึกจะค่อยๆ ผ่อนคลาย เราเชื่อว่าเข้าสู่เดือนที่ 10 ตลาดจีนคลายความกังวลใจไปได้"
สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวเมืองรอง เพิ่มจาก 7% เป็น 9% ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเที่ยวเมืองรอง เพิ่มจาก 9% เป็น 10% และทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มมากขึ้น จากเที่ยวเมืองหลัก 80% เมืองรอง 20% ปรับเพิ่มเป็น เมืองหลัก 77% เมืองรอง 23% ซึ่งกระทรวงจะมีการเสริมมาตรการด้านการคลังเข้ามาช่วยการท่องเที่ยวเมืองรองให้เข้มแข็งมากขึ้น




เรียบเรียง ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์. reporter@efinancethai.com

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com