November 15, 2018   12:39:48 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,024
วันที่: 05/11/2018 @ 08:36:31
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*ดูเหมือนผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นจะให้ความสนใจกับท่าทีของกองทุนกันอย่างเนืองนอง บรรดามิตรรักแฟนเพลงถึงกริ๊งกร๊างเข้ามาส่งข้อมูลกันเยอะแยะไปหมด “โมนิก้า” จึงขออภัยอย่างสูงหากไม่ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเม้าท์มอยเหมือนเช่นวันก่อน ๆ เพราะอยากเอาเวลาที่มีอยู่ทั้งหมดไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องบรรยากาศการลงทุนในช่วงดันสุดซอยนะจะบอกให้

*เนื่องจากการทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของดัชนีเที่ยวนี้บอกให้รู้ว่า ต้องระวังเนื้อระวังตัวมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นแค่การดันราคาเพื่อเล่นรอบมากกว่า ซึ่งไม่ช่วยให้รากฐานของดัชนีมีความมั่นคงสักเท่าไหร่ ผนวกกับนักลงทุนที่เป็นแกนหลักยังยึดติดกับรูปแบบเล่นตามข่าวรายวัน บรรยากาศการลงทุนถึงแกว่งตัว ขึ้นแรง..ลงแรง เพราะทุกคนมองไม่ออกว่า จุดเหมาะสมอยู่ตรงไหนนะซี

*ฉะนั้นการที่ดัชนีเด้งขึ้นมาปิดที่ 1,681.84 จุด บวกไป 14.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.08 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นการเด้งรับแรงซื้อกองทุนที่หวนกลับเข้ามาอีกรอบ แต่ที่ไม่ธรรมดาเที่ยวนี้กลายเป็นราคาน้ำมันอ่อนตัวลงอีกรอบ ขณะที่ราคาทองคำขยับขึ้นทำ new high ในรอบ 3 เดือนครึ่ง ส่วนค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 32.80 บาท มันทำให้หุ้นวิ่งแรงได้ขนาดนี้เลยหรือ ? “โมนิก้า” ถึงมองภาพการลงทุนในช่วงถัดไปไม่ออกไงละค่ะ

*เหมือนกับการทะยานขึ้นของ IVL ตั้งแต่เช้าจรดเย็นนั้น “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่า ทุกครั้งที่นักลงทุนสถาบันหวนกลับเข้ามาเล่นทีไร พร้อมกับมีข่าวเทกโอเวอร์โรงงานเพิ่มเติมเป็นตัวชูโรง มักทำให้นักเล่นมีความหวังขึ้นมาทันทีว่า ยอดเก่า 60 บาท ไม่ไกลเกินเอื้อม หลังหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 55 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.20 พันล้านบาท มันทำให้เชื่อเช่นนั้นจริง ๆ นะคะ

*ในเมื่อกระแสเอื้อให้สุด ๆ หุ้นแบงก์สีม่วงที่จด ๆ จ้อง ๆ มาระยะหนึ่งอย่าง SCB ก็ได้จังหวะฉวยโอกาสทะยานขึ้นมาปิดที่ 142 บาท บวกไป 4 บาท หรือขึ้นไป 2.90% ด้วยมูลค่า 937 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว และถ้าย้อนกลับไปดูการขยับตัวในรูปแบบ “ขึ้นเร็ว ลงเร็ว” ก็พบว่า หุ้นเคลื่อนตัวแตะยอด 150 บาทแล้วรูดลงทันที เกิดทั้งหมด 2 ครั้งในรอบ 3 เดือน..ส่วนเที่ยวนี้จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ? วันนี้รู้ผลพะยะค่ะ

*แพตเทิร์นดังกล่าวคล้ายคลึงกับ KTC กระชากขึ้นมาปิดที่ 35.50 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 2.15% ด้วยมูลค่า 780 ล้านบาท ก็เป็นการวัดใจกองทุนจะดันหุ้นขึ้นไปทดสอบ high เดิมที่บริเวณ 38 บาทอีกรอบไหม ? ซึ่งเป็นจังหวะที่นักเล่นมีโอกาสได้ทบทวนความไวของตัวเองไปในตัว ส่วนใครที่คิดไม่ทันเกมของพวกกองทุน หลบเข้าข้างทางเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อนก็ได้นะคะ

*ส่วนคนที่ต้องการเล่นหุ้นไฟแนนซ์ที่เซฟตัวเองได้ค่อนข้างดี “โมนิก้า” ยังคงให้ความสำคัญกับ MTC กับ SAWAD เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แถมช่วงนี้ได้รับอานิสงส์จากกองทุนให้ความสนใจเป็นใบเบิกทาง เมื่อนำมารวมกับแผนเพิ่มรายได้ในอนาคต เดี๊ยนถึงกล้าเอ่ยปากอีกครั้งว่า การขึ้นมาปิดที่ 54.50 บาท บวกไป 3.25 บาท หรือขึ้นไป 6.35% ด้วยมูลค่า 1.76 พันล้านบาท และอีกรายขึ้นมาปิดที่ 46.50 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 5.70% ด้วยมูลค่า 508 ล้านบาท มันน้อยเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ

*เมื่อสถานการณ์หลายอย่างเป็นใจ หุ้นไฟแรงหลายตัวในตลาดก็กระชากขึ้นอย่างร้อนแรงตามไปด้วย โดยตัวที่น่าสนใจเที่ยวนี้กลายเป็น GLOBAL ซึ่งเป็นหุ้นดาวรุ่งพุ่งแรง กำไรเด่น ล่าสุดวิ่งขึ้นมาปิดที่ 20 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 6.40% ด้วยมูลค่า 466 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของการบริหารงาน และหากปีนี้ตัวเลขกำไรต่อหุ้นจบที่ 0.56 บาท เมื่อนำมาเทียบกับ P/E 40 เท่า ราคาเป้าหมายก็จะอยู่แถว 22.40 บาทนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ ORI ของมันเห็นกันเต็มตาว่า ราคาหุ้นลงหนักในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งที่มีความคาดหวังผลงานปี 2561 น่าจะทำได้ดีตามเป้าหมายที่วางไว้ หุ้นถึงตีกลับขึ้นมาปิดที่ 9.35 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 3.90% ด้วยมูลค่า 488 ล้านบาท น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเล่นเที่ยวนี้ น้องโมถึงอยากถามใจเหล่านักเล่นว่า กล้าตามน้ำไหม ? เพราะหุ้นร่วงลงมาจากราคาเหมาะสมขั้นต่ำที่บริเวณ 11 บาทไงละค่ะ

*ถ้าชอบตามน้ำแบบสุดลิ่มทิ่มประตู “โมนิก้า” ขอให้เหลือบดู PTG เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักเล่นที่ชอบหุ้นเทิร์นอะราวด์ เพราะคอนเซ็ปต์ของการลงทุนเที่ยวนี้ยึดหลัก “คืนสู่สามัญ” ลองคิดดูง่าย ๆ หากกำไรต่อหุ้นปีนี้จบที่ 0.50 บาท เทียบกับ P/E 30 เท่า ราคาเป้าหมายจะอยู่แถว 15 บาท ขณะที่ราคาปิดล่าสุดอยู่แถว 10.80 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 4.85% ด้วยมูลค่า 260 ล้านบาท มันเป็นจังหวะ follow buy นะคะ

*ตบท้ายวันนี้ขอพูดถึงแรงซื้อจากกองทุนที่มีกว่า 2.64 พันล้านบาท มันเหมือนเป็นการปล่อยผีกองทุนให้อาละวาดอย่างเต็มที่ในระยะสั้น ๆ ต่อจากนั้นก็คงหายเงียบเข้ากลีบเมฆอีกตามเคย แต่ในระหว่างนี้คงต้องปล่อยให้นักเล่นกลุ่มนี้โซโล่เดี่ยวไปสักระยะหนึ่ง และเมื่อมีการทดสอบแรงซื้อแรงขายกันระดับหนึ่ง ดัชนีก็จะเลือกทางเดินที่เหมาะสมเองละค่ะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com