March 21, 2019   11:38:35 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,302
วันที่: 28/12/2018 @ 08:42:22
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

* หากมองการเคลื่อนตัวของดัชนีทั่วโลกในสัปดาห์สุดท้ายของปี 61 ทุกคนย่อมรู้ดีแก่ใจว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดัชนีดาวโจนส์ชนิดโงหัวไม่ขึ้น ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของดัชนีไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่! ผสานกับความวิตกกังวลเรื่องสงครามการค้ายังมีให้เห็นตลอดเวลา “โมนิก้า” ถึงต้องแตะเบรกอารมณ์นักลงทุนเป็นระยะ เพื่อไม่ให้หลงระเริงไปกับแสงสีเขียว ๆ นะจะบอกให้

* ด้วยเหตุนี้ถึงต้องเข้าใจการทะยานขึ้นไปถึงระดับ 1,585.77 จุด ก่อนจะโรยตัวลงมาปิดที่ 1,548.37 จุด ลบไป 8.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.95 หมื่นล้านบาท มันเป็นผลทางอารมณ์มากกว่าผลทางด้านอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเล่นเห็นกันมาแล้วหลายรอบ และเที่ยวนี้ก็คงไม่ต่างไปจากก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ ? “โมนิก้า” ถึงพยายามให้นักเล่นมองการเคาะขวาแต่ละครั้งต้องมีชั้นเชิง พร้อมกับพยายามตั้งจุดขายให้ชัดเจนไงละคะ

* เนื่องจากในมุมของการคำนวณโมเมนตัมมันค่อนข้างชัดเจนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในทิศทาง sideway down และการถีบตัวขึ้นเที่ยวนี้เป็นเพียงการ rebound หลังจากทรุดลงแรงเป็นเวลานาน “โมนิก้า” ถึงพยายามให้นักเล่นลองอ่านเกมไปทีละช็อตเพื่อจับจังหวะการเข้าเล่นให้แม่นยำขึ้น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในช่วงที่ทุกอย่างยังไม่นิ่ง จังหวะเข้าทำถึงต้องรวดเร็วไว้ก่อนพะยะค่ะ

* เหมือนกับในรายของ EA ทำท่าหลุดเส้นแนวรับบริเวณ 200 วันบริเวณ 43 บาทไปไกลสุดกู่ แต่ช่วงเช้ามีแรงซื้อเข้ามาดันหุ้นขึ้นไปถึง 44 บาท ก่อนจะซึมลงเรื่อย ๆ จนปิดเสมอตัวที่ระดับ 41.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 883 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นอีกหนึ่งช็อตที่ทำให้รู้ว่า เมื่อภาวะลงทุนกลับมาดีดังเดิม (ชั่วคราว) หุ้นตัวนี้ย่อมเป็นทางเลือกหลักในการเข้าซื้อเป็นประจำ บวกกับกรอบการเล่นอยู่ที่บริเวณ 42-50 บาท จึงเป็นช็อตที่น่าคิดไม่ใช่น้อยนะจะบอกให้

* เช่นเดียวกับในรายของ BEM มีสตอรี่ที่น่าสนใจซุกซ่อนไว้เพียบ (บางเรื่องพูดไม่ได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามอาจลุกฮือ) “โมนิก้า” กลับมองเป็นทีเด็ดที่นักเล่นต้องอ่านเกมให้ขาดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะมองจากในมุมของผู้รู้เขาให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 12 บาท ขณะที่ราคาหุ้นในกระดานยืนอยู่ที่ 9.65 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 1.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.04 พันล้านบาท มันเป็นจังหวะที่ต้องไหลตามน้ำพะยะค่ะ

* หุ้นดาวเด่นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ควรมองข้าม “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปยัง IVL เพื่อทำให้นักเล่นได้เห็นภาพแรงช้อนซื้อค่อนข้างหนาแน่น หุ้นถึงแกว่งตัวไปมาในกรอบ 52-56 บาทอย่างเหนียวแน่น จึงเป็นหุ้นที่แฟนคลับต้องชำเลืองตาดูเรื่อย ๆ เมื่ออ่อนตัวลงมาใกล้กรอบล่าง และไม่ต้องแปลกใจที่วานนี้หุ้นเด้งขึ้นมาปิดที่ 53.25 บาท บวกไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.09 พันล้านบาทนะจ๊ะ

* สำหรับรายที่ต้องแสดงอาการแปลกใจสุด ๆ ต้องยกให้กับหุ้น BANPU หลังทะยานขึ้นไปทำราคาสูงสุดของวันที่ระดับ 16 บาท แต่สุดท้ายอ่อนตัวลงมาปิดเสมอตัวที่ 15.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 566 ล้านบาท เพราะเมื่อมองดูจากตัวแปรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ผสานกับทิศทางของหุ้นที่อยู่ในช่วงขาลง มันทำให้เดี๊ยนมองการไล่ราคาเที่ยวนี้เป็นการดันออกของธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรต้องคิดให้ปวดสมองแม้แต่นิดเดียวนะจ๊ะ

* เช่นเดียวกับในรายของ GPSC หากมองแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า หุ้นตัวนี้หมดแวลูไปตั้งนานแล้ว เพราะแผนธุรกิจออกทะเลไปไกลเหลือเกิน ขนาดเขาห้ามไม่ให้ทำ ก็ยังหาทางทำอีกจนได้แบบนี้ มันหมายถึงอาการดื้อรั้นที่น่าจับมาเขกกะโหลก และตลาดหุ้นก็ลงโทษเรื่องนี้ด้วยการปล่อยให้หุ้นร่วงลงมาปิดที่ 57.50 บาท ลบไป 5 บาท หรือลงไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 613 ล้านบาทไงละจ๊ะ

* เรื่องนี้ดูได้จาก BDMS มีปัญหาคาราคาซังติดตัวมานาน และวันนี้ปัญหาดังกล่าวก็ตามมาหลอกหลอน แถมเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการขึ้นโรงขึ้นศาล บรรดาผู้เล่นเลยชิงเทขายหุ้นทิ้งออกมาเป็นระลอก วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงมายืนปิดที่ 24.50 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.94 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่จะต้องถอยห่างเพื่อไปตั้งหลักเป็นการชั่วคราวนะคะ

* อีกหนึ่งรายที่ออกอาการไม่ค่อยดี “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปยังหุ้น CBG หลังโดนเทขายแบบไม่บันยะบันยังตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงตอนนี้ ส่งผลให้หุ้นลงมากองอยู่ที่ 12.10 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 4% พร้อมกับทำ new low ของปีนี้เป็นที่เรียบร้อย และยังเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 4 ปี เท่ากับเป็นการย้ำหัวหมุดให้นักลงทุนได้รู้ว่า อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งกับหุ้นที่อยู่ในช่วงขาลงเลยเจ้าค่ะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com