July 22, 2019   3:01:30 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,529
วันที่: 11/04/2019 @ 08:29:16
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงภาวะการลงทุนผันผวน “โมนิก้า” มักได้ยินเสียงนกเสียงกานินทาบรรดาเซียนหุ้นเป็นประจำ และเรื่องที่เม้าท์กันสนุกสนานมากสุดในเที่ยวนี้คงเป็นเรื่องพอร์ตหุ้นในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ไม่ปังเหมือนกับที่คาดหวัง เลยพากันหลบลี้หายหน้าหายตาไปจากตลาดหุ้นทีละคนสองคน พร้อมกับเลิกคอมเมนต์หุ้นแต่ละตัวไปโดยปริยายนะจะบอกให้

*ประเด็นดังกล่าวทำให้แมงลือขยายแผลความบอบช้ำของบรรดาเซียนหุ้นด้วยการเล่าเรื่องการถือหุ้นแต่ละตัวให้รีเทิร์นสูงขนาดไหน ? เพราะเมื่อดูโครงสร้างของหุ้นแต่ละตัวในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีหุ้นตัวไหนที่มีผลงานโดดเด่นเข้าตากรรมการอย่างจัง “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เซียนหุ้นเหล่านั้นตกเป็นขี้ปากแมงเม่าเยอะแยะไปหมด เพราะราคาหุ้นไม่ขยับขึ้นตามที่คุยโม้ไว้นอกรอบนะซี

*ข้อมูลตรงนี้ทำให้ “โมนิก้า” รับรู้ถึงการสิ้นมนต์ขลังของบรรดาเซียนหุ้นที่กำลังแผ่ขยายในวงกว้างมากขึ้น และเรื่องนี้ก็ทำให้นักลงทุนเริ่มถอยห่างจากเซียนหุ้นมากขึ้น พร้อมกับหันไปเล่นสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนอีกด้วย หลังประเมินจากตัวแปรรอบด้านแล้วพบว่า แก๊ปของหุ้นแต่ละตัวเหลือไม่เยอะ เลยคิดกันว่า ยุทธวิธีโหนกระแสเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเที่ยวนี้พะยะค่ะ

*วันนี้ถึงต้องถามว่า การแกว่งตัวไปมาในกรอบเดิมของดัชนีตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มันสื่อให้นักลงทุนได้เรียนรู้อะไรบ้าง ? รวมทั้งการที่ดัชนีประคองตัวยืนเหนือระดับ 1,650 จุดได้อย่างระทึกใจ ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 1,662.13 จุด บวกไป 4.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.36 หมื่นล้านบาท คือการเปลี่ยนฐานใหม่อย่างบูรณาการหรือเปล่า ? ทั้งหมดเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องไปหาคำตอบกันเอาเองนะจ๊ะ

*เหมือนกับการขายหุ้นหมดหน้าตักของ “เสี่ยป๊อบ” แห่ง NPPG ก่อให้เกิดคำถามมากมายหลายเรื่องในหมู่แมงลือ เพราะบางกระแสก็พูดว่าไปไม่รอด ขณะที่บางกระแสก็เม้าท์ถึงอาการร้อนเงิน เลยกลายเป็นภาพที่ไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ในหมู่คนชอบเผือก แถมในแวดวงสังคมตลาดหุ้นต่างรู้ดีว่า เสี่ยคนดังกล่าวเคยโดน ก.ล.ต.สอยในคดีอินไซด์ข้อมูลมาแล้ว จึงไม่ควรด่วนสรุปว่า กลุ่มผู้ถือใหม่จะสามารถพลิกฟื้นบริษัทขี้โรคที่มีผลขาดทุนเรื้อรังเป็นเวลาหลายปีให้กลับมามีกำไรได้หรอกนะคะ

*เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน AAV ซึ่งเอาแต่มุดหัวลงลูกเดียวเป็นเวลา 2 ปีกว่า ๆ “โมนิก้า” ย่อมสงสัยในความสามารถของเฮีย “ธรรศพลฐ์” เก่งจริงหรือเปล่า ? ผนวกกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับบริษัทแห่งนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมสักอย่าง จึงกลายเป็นหุ้นที่แมงเม่าพากันสาปส่งให้ได้ยินเป็นประจำ แถมวันนี้หุ้นเทรดบนค่า P/E 285 เท่าอีกด้วยแบบนี้..เดี๊ยนบอกได้เลยว่า อีกนานกว่าจะได้ผุดได้เกิดเจ้าค่ะ

*เม้าท์ถึงประเด็นนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น PIMO เพื่อรายงานถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว จนทำให้แฟนคลับได้เห็นการสาดทิ้งแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้นนั้น ถือเป็นช็อตที่ทำให้ทุกคนพุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ตระกูล “อิทธิโรจนกุล” เป็นลำดับแรก แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนออกมาจากกลุ่มคนดังกล่าวสักที หุ้นเลยร่วงลงมายืนปิดที่ 1.88 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 130 ล้านบาท พร้อมกับทำฟลอร์ที่ 2 อย่างง่ายดายแบบนี้ เดี๊ยนสงสัยว่า วันนี้จะมีฟลอร์ที่ 3 เกิดขึ้นตามหลังมาติด ๆ นะซี

*ส่วนหุ้นน้องใหม่ GSC ภายใต้การกุมบังเหียนของ “น้องเค้ก” ก็เป็นหุ้นอีกหนึ่งรายที่หมดสภาพอย่างรวดเร็ว แถมผู้คนในตลาดหุ้นไม่เคยรู้ข่าวสารของธุรกิจเดินไปทางไหนกระมัง นักเล่นถึงพากันเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงออกมาตลอดเวลา จนหุ้นหลุดไอพีโอที่ราคา 1.70 บาทลงมาอย่างง่ายดายแบบนี้ “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า อย่าหาเหาใส่หัวดีกว่า ก็ในเมื่อรูปการณ์ที่ทุกคนมองออกไปในทาง ดูดเงินจากตลาดหุ้นแล้วแยกทาง ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปลงทุน หลังหุ้นลงมานอนกองอยู่แถว 1.58 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่แห้งเหือดพะยะค่ะ

*ก่อนจากกัน “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปดูเรื่องราวภายในสำนักงาน ก.ล.ต. สักนิดหนึ่งดีกว่า ซึ่งตอนนี้มีการเม้าท์กันหนาหูว่า เกิดโรคสมองไหลระบาดอย่างหนัก และประเด็นที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นมาจากเคมีไม่ตรงกันอย่างแรง จึงจำเป็นต้องแยกทางกันเดินเพื่อความสบายใจของแต่ละฝ่าย (จบไม่สวย) ผนวกกับบรรดาโบรกเกอร์และที่ปรึกษาทางการเงินรับรู้ถึงการทำงานแบบชี้นิ้วสั่งลูกเดียว ทุกคนเลยมีความคาดหวังกับหัวเรือใหม่อย่างเจ๊ “รื่นวดี” ว่าจะทำให้ทุกอย่างสมูตขึ้นกว่าเดิม..ทราบแล้วบอกต่อด้วยนะคะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com