May 20, 2019   5:24:58 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ‘หุ้นหลบภัย’ ยามสงครามการค้าปะทุ!
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,408
วันที่: 13/05/2019 @ 08:24:32
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

‘หุ้นหลบภัย’ ยามสงครามการค้าปะทุ!
• ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
เส้นทางนักลงทุน
APR 11 , 2019.

ความกังวลผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน กลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลกรอบใหม่อีกครั้ง ภายหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ ปรับขึ้นมาจากเดิม 10% เป็น 25% ในวันที่ 10 พ.ค.62 นี้

แม้ว่าทางกระทรวงพาณิชย์ของจีน ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นาย Liu He ผู้นำเจรจาการค้าของจีน ยังคงกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 9-10 พ.ค.62 เพื่อเจรจาประเด็นทางการค้า ท่ามกลางเส้นตายของทรัมป์ที่ประกาศจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

ขณะที่ทางสำนักข่าวหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ทางการจีนพร้อมจะตอบโต้ทางการค้าต่อสหรัฐฯ ในทันที หากประกาศของทรัมป์ดังกล่าวมีผลปังคับใช้….

ดังนั้นเชื่อว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่อแววว่าจะไม่จบดีล !!!

ประเด็นดังกล่าวยังส่งผลลบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งตลาดภูมิภาค-ตลาดยุโรป-ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สต่างร่วงกันทั่วหน้า รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยที่ร่วงลงต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.62 ปิดที่ระดับ 1,646.80 จุด ลดลง 7.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,095.01 ล้านบาท แต่หากรวม 3 วันที่ดัชนีร่วงลงติดต่อกันราว -32.25 จุด

เมื่อประเด็นภายนอกรุมเร้าตลาดหุ้นทั่วโลก และยังส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวน และอิงไปในทิศทางลบ ทาง บล.เอเซีย พลัส จึงแนะกลยุทธ์การลงทุนด้วยการหันมาหาหุ้นหลบภัยจากสงครามการค้า นั่นก็คือ หุ้นที่อิงในประเทศ นั่นเอง

โดยใช้กลยุทธ์ “DE ดี” (Defensive, Earning Outlook ดี) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
1. หุ้นในประเทศ ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
2. หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการโดดเด่นในไตรมาส 1/2562 คือเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับหุ้นได้ประโยชน์จากในประเทศที่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ คือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL

ส่วนหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 1 ปี 2562 โดดเด่น (เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากงวดเดียวกันของปีก่อน) ทางฝ่ายนักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” และมี Upside สูง ได้แก่ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT, บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO, บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH, บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON

บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC, บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP, บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และบริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com