August 12, 2020   10:02:41 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,209
วันที่: 07/01/2020 @ 08:22:44
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*วานนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างพากันก่นด่าพ่อตัวแสบ “ทรัมป์” แบบไม่มีชิ้นดี พร้อมกับสาปส่งอย่าได้ทำตัวเป็นเฒ่าเจ้าปัญหาอีกเลย เพราะสิ่งที่ทุกคนกำลังเผชิญก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้พ่อทูนหัวรายนี้สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดให้เห็นว่า ผู้นำคนนี้ไม่เคยทำเรื่องดี ๆ ในสายตาประชาคมโลก จนบรรดาแมงเม่าซุบซิบนินทากันว่า กมลสันดานของชายคนนี้ชอบสร้างความร้าวฉาวจนเป็นอาจิณนะจะบอกให้

*เมื่อทั้งโลกตกอยู่ภายใต้อุ้งมือของคนจิตป่วนแบบไม่มีทางเลือก นักเล่นก็ต้องทำใจกับการทรุดตัวของดัชนีลงมายืนอยู่ที่ 1,568.50 จุด ลบไป 26.47 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.12 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นผลกระทบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นหลังจาก “อิหร่าน” เปิดหน้าจะทำสงครามกับประเทศ “อเมริกา” อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้นักลงทุนทั่วโลกต้องเร่งขายหุ้นเพื่อปิดความเสี่ยงไงล่ะคะ

*ที่น่าสนใจก็คือ สงครามการค้าทำให้ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกย่ำแย่หนักกันอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับมาเจอเรื่องรบราฆ่าฟันให้พังพาบไปข้างหนึ่ง แถมมีการตั้งค่าหัวอีกฝั่งอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกคงยับเยินกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน และจะทำให้หุ้นที่เห็นว่าถูกสุด ๆ ยังมีที่ถูกสุด ๆ ให้เห็นอีกในไม่ช้า จึงควรเตรียมตัวรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้นะตัวเอง

*เนื่องจากตลาดหุ้นไทยไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรกับเขาเลย แถมค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นปัจจัยลบรายล้อมเยอะแยะไปหมด ครั้นจะแนะนำว่าอย่ากลัว! ก็คงไม่เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่สักเท่าไหร่ จึงขอเปลี่ยนเป็นคำแนะนำว่า อย่าเปรี้ยว! หลังตัวแปรหลายอย่างไม่เป็นใจให้เข้าลงทุน ส่วนคนที่คิดว่ามีความไวมากพอ ก็เชิญลุยกันตามสบาย เดี๋ยวจะหาว่าน้องโมกีดกันหนทางร่ำรวย..อิอิอิ

*โดนจัดหนักจริง ๆ ในเที่ยวนี้ต้องยกให้ IVL เป็นรายแรกของการพูดคุยสนทนา เพราะเหตุผลของการโดนทิ้งมาจากต้นทุนการทำธุรกิจที่สูงขึ้น บวกกับราคาหุ้นขึ้นเยอะมาพักใหญ่ ๆ จึงง่ายต่อการตัดสินใจขายทิ้ง วานนี้ถึงเห็นหุ้นทิ้งตัวลงมาปิดที่ 33.25 บาท ลบไป 3.25 บาท หรือลงไป 8.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.11 พันล้านบาทอย่างรวดเร็ว เลยมีความเป็นไปได้ที่ไหลลงไปอีกเรื่อย ๆ หากสถานการณ์ยังฝุ่นตลบอยู่แบบนี้นะคะ

*ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับหุ้นแบงก์ที่โดนทิ้งไม่ดูดำดูดี ล้วนมาจากความกังวลเศรษฐกิจจะฟุบตัวลงอีก พร้อมกับปรากฏหนี้เสียผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด พร้อมกับมีคำทำนายแบบปากต่อปากดังขรมว่า แบงก์สีเขียว KBANK น่าจะโดนหนักสุดในเที่ยวนี้ เพราะลูกค้าเอสเอ็มอีสายป่านไม่ยาว และมีโอกาสล้มไม่เป็นท่าค่อนข้างสูง จึงไม่ต้องแปลกใจที่หุ้นตกฮวบลงมาปิดที่ 143.50 บาท ลบไป 9 บาท หรือลงไป 5.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.91 พันล้านบาทนะจ๊ะ

*อีกรายที่น่ากังวลไม่ใช่ย่อย “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปยังน้องมิ้น MINT เป็นรายถัดไปในทันที เพราะสิ่งที่นักเล่นคาใจมากสุดในเที่ยวนี้เป็นเรื่องของกำไรจะเติบโตไหม ? ขนาดปีก่อนทำผลงานได้ค่อนข้างดี แต่ราคาหุ้นกลับไม่ตอบสนองสักเท่าไหร่ ? ขณะที่ปีนี้มีเรื่องรบกวนใจตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ ผู้รู้เลยตั้งสมมติฐานราคาหุ้นควรอยู่ที่เท่าไหร่ ? เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับลองพิจารณากันเอาเองว่า การลงมายืนปิดที่ 33.75 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 931 ล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E 20 เท่า มันคุ้มค่ากับการลงทุนไหมเอ่ย ?

*เช่นเดียวกับในรายของลูกอ๊อด AOT โดนผลกระทบสงครามเล่นงานแบบเลี่ยงไม่ได้ นักเล่นก็ควรเข้าใจด้วยว่า อย่าไปฝืนในเรื่องที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง และควรเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้มันแพนิกอย่างหนักอีกครั้ง หุ้นเสือนอนกินตัวนี้ถึงไหลลงมายืนปิดที่ 72.25 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 2.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.98 พันล้านบาทอย่างง่ายดาย “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นโฟกัสไปที่เรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นมันแค่วงจำกัดหรือเปล่า ? เพราะตรงนี้จะเป็นตัวบอกให้นักเล่นรู้ว่า ถึงเวลาช้อนหุ้นหรือยังเจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่มีอาการลิงโลดเหลือเกิน “โมนิก้า” คงต้องมองไปที่หุ้นตามเก็บหนี้ BAM ทะยานสวนกระแสขึ้นมาปิดที่ 20 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 2.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.03 พันล้านบาท ถือเป็นช็อตที่เหนือความคาดหมายไปหน่อยสำหรับการเล่นเที่ยวนี้ แต่ถ้ามองในมุมของหนี้ให้ตามเก็บมีเยอะขึ้น น่าจะเป็นช็อตที่ทำให้มีการไล่ราคากันอีกพักใหญ่เลยทีเดียว ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน ? คงต้องดูกันไปเรื่อย ๆ นะจะบอกให้

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com