December 3, 2020   7:19:38 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > สำนักข่าวรัชดา
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,360
วันที่: 17/11/2020 @ 08:41:46
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ในรอบปีที่ผ่านมา คงไม่มีหุ้นตัวไหนร้อนแรงงงส์เท่ากับหุ้นถุงมือยาง บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT อีกแล้ว โดยเฉพาะในจังหวะที่โควิดระบาดหนัก ทำให้ยิ่งน่าสนใจ ราคาวิ่งทะลุปรอทแตก แม้บางช่วงราคาจะปรับลดลงมาบ้าง แต่ก็กลับมาได้…

แน่นอนด้วยสภาพคล่องของหุ้น STGT และตัวธุรกิจที่แนวโน้มเติบโตสูง จึงถูกดึงเข้าคำนวณใน MSCI ทำให้อยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลก ขณะที่ในมุมของบริษัทก็ฉกฉวยจังหวะสร้างมูลค่าเพิ่มและความน่าสนใจอีกทาง…

เลยเป็นที่มาของ 3 มติบอร์ดล่าสุด…เริ่มตั้งแต่ไฟเขียวแตกพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.50 บาท ซึ่งจะทำให้มีจำนวนหุ้นมากขึ้น จากเดิม 1,434,780,000 หุ้น เพิ่มเป็น 2,857,560,000 หุ้น จะเกิดภาพซื้อง่ายขายคล่อง เย้ายวนให้นักลงทุนเจียดขายหุ้นมากขึ้น

แต่ไฮไลต์จะอยู่ที่ราคาหุ้น…จากก่อนหน้านี้ราคาขึ้นไปเกือบ 100 บาท หลังแตกพาร์ราคาก็จะย่อลงมา การเอื้อมถึงของรายย่อยก็จะมีมากขึ้น ทำให้ไม่ผูกติดกับนักลงทุนรายใหญ่ หรือสถาบันเหมือนในอดีต…

ตามด้วยมติปันผลล่อใจ โดยเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 1.25 บาท หรือคิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ที่ 1.66% จากราคาปิดวานนี้ (16 พ.ย.) ที่ 75.00 บาท

เรียกว่าเข้ามาเทรดหม้อข้าวยังไม่ทันดำ…ก็ใจดีแจกปันผลผู้ถือหุ้นซะละ

แหม๊…ใจป้ำแบบนี้ผู้ถือหุ้นคงรักตายเลย…

เท่านั้นไม่พอ…ยังมีกิมมิกจะเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์อีกต่างหาก เพื่อเพิ่มช่องทางในการระดมทุนในอนาคต รวมทั้งเป็นการสร้างชื่อเสียงและทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับภูมิภาค โดยคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2564

ถ้าดูรูปเกมตามนี้ ในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 25 ธ.ค.นี้ ผู้ถือหุ้น STGT น่าจะกดปุ่มไฟเขียวรัว ๆ…

งานนี้ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนใช่ปะคะ..

ก็ถือเป็นความพลิ้วและอาศัยการฉกฉวยจังหวะของผู้บริหาร STGT ที่เห็นหุ้นกำลังดี เลยสร้างสตอรี่ให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก…

หลังโชว์งบไตรมาส 3/2563 โตระเบิดระเบ้อทั้งรายได้และกำไร โดยฟาดกำไรไป 4,401.9 ล้านบาท เติบโต 4,113.6% จากเดิมเคยทำได้ 104.5 ล้านบาท และมีรายได้อยู่ที่ 8,142.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.9% จากเดิมทำได้ 3,016.3 ล้านบาท

ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่เติบโตก้าวกระโดดอยู่ที่ 1,140 บาทต่อพันชิ้น (USD 36.3) เนื่องจากความต้องการใช้ถุงมือยางที่ยังเติบโตอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิดในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ถุงมือยางเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน และจำเป็นกับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกนั่นเอง

ส่งผลให้ 9 เดือนแรก STGT ตุนกำไรไว้แล้ว 5,880.58 ล้านบาท จากเดิมทำได้แค่ 453.25 ล้านบาทเท่านั้น

สมกับการรอคอยของนักลงทุนจริง ๆ…

ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิดสุกงอมแบบนี้ STGT ก็น่าจะขานรับสถานการณ์โควิดมากขึ้นอีก…ไอ้ที่เห็นตัวเลขเติบโตดีอยู่แล้ว ก็จะเติบโตมากยิ่งขึ้น

แต่ในทางกลับกัน…ถ้าวัคซีนโควิดสำเร็จเมื่อไหร่…? STGT ก็จะลดความน่าสนใจลงเหมือนกัน

เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่ ๆ อยู่ที่ว่าจะเกิดเมื่อไหร่..? เท่านั้นเอง…

…อิ อิ อิ…

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com