|
|
|
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 |  วันที่: 12/07/2011 @ 10:08:28 คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่ ผลการโหวต ในแวดวงหุ้น คำว่า "ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอยเสมอ " เป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงครับ นั่นรวมถึงรูปแบบกราฟด้วย
บางครั้งการเคลื่อนไหวของกราฟก็มีรูปร่างแปลกๆที่น่าสนใจครับ� ดังนั้นเราควรจะมาทำความรู้จักว่า กราฟมีรูปแบบไหนบ้างกันเถอะครับ
กราฟแบบ Head and Shoulder
ชื่อเหมือนยี่ห้อแชมพู แต่ไม่ใช่นะครับ� กราฟรูปแบบนี้ดูง่ายๆจะมี 3 ยอด โดยยอดตรงกลางจะสูงสุดตามรูปครับ
 �
ตรง Neckline (ตรงหยักที่ดูเหมือนหุบเขา) ทำหน้าที่เหมือนเป็นเส้นแนวรับ ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่าเส้นนี้ถือเป็นสัญญาณขายหุ้น
เพราะมีแนวโน้มว่าราคามีโอกาสจะลดลงอีกครับ แก้ไขโดย: ผู้ดูแลระบบ วันที่: 08 สิงหาคม 2554 @ 10:14:41
|
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #1  วันที่: 12/07/2011 @ 10:09:53 : กราฟแบบ Head and Shoulder หัวกลับ
รูปทรงเหมือนกับ Head and Shoulder ธรรมดาครับเพียงแต่กลับหัวลง
ถ้าราคาทะลุเส้น Neckline ขึ้นไปก็มีโอกาสที่หุ้นจะกลับตัวขึ้นครับ
 |
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #2  วันที่: 12/07/2011 @ 10:12:19 : กราฟแบบ Double Top
จะมีจุดยอด 2 จุดที่ราคาใกล้ๆกัน� ลักษณะกราฟคล้ายตัว M ถ้าราคาหุ้นหลุดเส้น� Neckline ลงมาหุ้นก็มีโอกาสที่จะร่วงลงอย่างรวดเร็วครับ
กราฟแบบ Double Bottom
จะมีจุดต่ำสุด 2 จุดที่ราคาใกล้ๆกัน ลักษณะกราฟคล้ายคัว W ถ้าราคาหุ้นทะลุเส้น Neckline ขึ้นไปโอกาสที่หุ้นจะวิ่งขึ้นก็มีมากครับ
 |
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #3  วันที่: 12/07/2011 @ 10:14:44 : กราฟแบบ Triple Top
กราฟแบบนี้จะคล้ายๆ Double Top เพียงแต่มียอด 3 ยอดครับ

�
กราฟแบบ Triple Bottom
เป็นกราฟที่มีจุดต่ำสุด 3 จุด ถ้าราคาหุ้นทะลุ Neckline ขึ้นไปได้ หุ้นก็มีโอกาสที่จะวิ่งขึ้นแรงครับ
 |
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #4  วันที่: 12/07/2011 @ 10:17:00 : กราฟแบบ Cup with Handle
รูปทรงก็เหมือนกับถ้วยกาแฟ แล้วก็มีหูจับตามรูปเลยครับ� ถ้าราคาหุ้นทะลุเส้น Neckline ( ขอบถ้วย) ขึ้นไปได้ ราคามักจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วครับ
จริงๆยังมีรูปแบบกราฟนอกเหนือจากนี้อีกหลายแบบครับ แต่สำหรับมือใหม่เอาคร่าวๆแค่นี้ก็พอครับ ^^
ปล. เราจะเห็นว่า กราฟจริง กับรูปแบบในทางทฤษฎีมันอาจจะไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ� เวลาเราดูกราฟ เราต้องใช้จินตนาการช่วยด้วยนิดนึงครับ |
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #5  วันที่: 12/07/2011 @ 10:18:24 : เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ MACD
MACD ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence (ชื่อยาวจัง -_-")
�
มันเป็นเครื่องมือที่บอกจุดควรซื้อ - ควรขายของหุ้น ดูได้จาก ถ้าเส้นมีการตัดลงจะเป็นสัญญาณขายหุ้น
ถ้าเส้นตัดขึ้นไปก็เป็นสัญญาณซื้อหุ้น� และถ้าเส้น MACD ตัดแนวเส้น 0 ขึ้นไปก็เป็นสัญญาณซื้อ
ถ้าเส้นตัดแนวเส้น 0 ลงมาก็เป็นสัญญาณขายเช่นกันครับ ดูตามรูปประกอบ
 |
| กลับขึ้นบน |
Lucky สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 107 | #6  วันที่: 12/07/2011 @ 10:20:13 : เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ RSI
RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index
เป็นตัวบอกทิศทางการเปลี่ยนแปลงของหุ้นครับ ถ้าเส้น RSI มีค่ามากกว่า 70 แสดงว่าราคาหุ้นมีการซื้อมากเกินไป Over Bought
ให้ระวังราคาหุ้นกำลังจะเปลี่ยนทิศทางครับ และถ้าเส้น RSI มีค่าต่ำกว่า 30 แสดงว่าราคาหุ้นมีการขายมากเกินไป Over Sold
ให้เราเตรียมตัวดูการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นครับ
การดูกราฟหุ้นจริงๆเราต้องดูหลายๆอย่างมาประกอบกันด้วยนะครับ ถ้าสามารถหาหนังสือที่สอนด้านนี้โดยตรงมาอ่าน จะได้รายละเอียดที่เจาะลึกมากกว่าครับ ^^ |
| กลับขึ้นบน |
Splash สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 1,721 | #7  วันที่: 13/07/2011 @ 09:19:20 : Thanks krub..... |
| กลับขึ้นบน |
| |