August 9, 2020   1:13:50 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > โค้งสุดท้ายจับตาหุ้นหลักทรัพย์ระเบิด
 

????
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,238
วันที่: 23/09/2005 @ 18:36:48
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

โค้งสุดท้าย จับตาหุ้นหลักทรัพย์ระเบิด เหตุหุ้นยักษ์ กฟผ.-เบียร์ช้างดันวอลุ่มคึก มาร์เก็ตแคปปูดอีกแสนล้าน และได้ตลาดอนุพันธ์กระตุ้นบรรยากาศการลงทุน แถมไตรมาส 3 มูลค่าการซื้อขายหนุนงบดีไม่ขี้เหร่ งานนี้ PHATRA ยังโดดเด่นที่สุด เหตุมีงานช้างอยู่ในมือเพียบ แต่นักวิเคราะห์ยังแนะนำแค่เก็งกำไร เพราะความเคลื่อนไหวผันผวนตามมูลค่าการซื้อขาย มนตรี บิ๊กกิมเอ็งเชื่อโค้งสุดท้ายยังมีความหวัง คาดวอลุ่มเฉลี่ยปีนี้ไม่ต่ำกว่า1.8-2 หมื่นล้านบาท

หากเทียบมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ตัวเลขของปีนี้ (สิ้นสุด 22 ก.ย.2548) อาจดูไม่สวยนักกล่าวคือมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 17,723.23 ล้านบาท เท่านั้น ต่างจากปี 2547 ที่ 3 ไตรมาสแรกมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 21,262.59 ล้านบาท ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายที่เหลือของปี ที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าคนในวงการค้าหุ้นต่างตั้งความหวังว่าจะเป็น 3 เดือนแห่งความสดใสของหุ้นหลักทรัพย์ เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายอย่างรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นยักษ์ทั้ง กฟผ. และ เบียร์ช้าง ในนาม ไทยเบฟเวอร์เรจ ที่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะสามารถฝ่าด่านกระแสต่อต้าน เข้ามาวาดลวยลายในสนามค้าหุ้นได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งจะถือเป็นจุดเปลี่ยนของหุ้นหลักทรัพย์เลยทีเดียว เพราะมาร์เก็ตแคปของตลาดที่ใหญ่ขึ้น ย่อมส่งผลต่อมูลค่าการซื้อขาย รวมทั้งรายได้ของโบรกเกอร์บางรายที่จะเพิ่มขึ้นจากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของหุ้นขนาดใหญ่ด้วย
ดังนั้นในช่วง 3 เดือนที่เหลือจึงน่าลุ้นว่า หุ้นหลักทรัพย์ จะวาดลวยลายส่งท้ายปีได้มันหยดขนาดไหน

นายกวี ชูกิจเกษม ผู้จัดการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.พัฒนสิน กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 4 ปี48 น่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเข้าจดทะเบียนของบริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิต จำกัด (มหาชน) , เบียร์ช้าง ซึ่งทั้ง 2 ตัวมีมาร์เก็ตแคปรวมกันประมาณ 1 แสนล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีหุ้นไอพีโอเข้าจดทะเบียนในตลาดเป็นจำนวนมากและมากกว่าปี 47 จึงน่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นได้ และปกติในช่วงไตรมาส 4 เรื่อยไปจนถึงต้นปีถัดไปจะเป็น season ของการลงทุนในตลาดหุ้น
นอกจากนี้ในช่วงปลายปีตลาดตราสารอนุพันธ์จะเปิดดำเนินการเป็นครั้งแรกน่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนแต่คงไม่ช่วยในด้านวอลุ่มมากนัก ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าการซื้อขายทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 1.8-2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ตามมูลค่าการซื้อขายที่เริ่มดีขึ้น แต่หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์เป็นหุ้นที่ไม่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เพราะการทำกำไรของหุ้นกลุ่มนี้จะผันผวนตามมูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นเหมือนกัน หากจะเล่นกลุ่มหลักทรัพย์ต้องระมัดระวังการลงทุน
โดยบล.พัฒนสิน แนะนำ PHATRA แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมารับข่าวการเข้าจดทะเบียนของ กฟผ. ไปบ้างแล้ว แต่ยังเล่นเพื่อรอการประกาศผลประกอบการได้ และหุ้น ASPเนื่องจากเป็นธุรกิจหลักทรัพย์บริหารต้นทุนได้ดี
นักวิเคราะห์อีกรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า โดยปกติบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 4 ?ต้นปีใหม่จะดีอยู่แล้วเพราะนักลงทุนจะเข้ามาเก็บหุ้นเพื่อรอการประกาศผลประกอบการประจำปีของบริษัท ซึ่งช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้บรรยากาศการลงทุนและมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันน่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากปีนี้มีสัญญาณเศรษฐกิจปี 49 จะเริ่มฟื้นตัวและเงินไหลเข้ามาตลาดหุ้นเร็วตั้งแต่เดือน ก.ย. สังเกตได้จากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในเดือนก.ย.กระโดดมาอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทเทียบกับมูลค่าการซื้อขายในเดือน ก.ค.-ส.ค.เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท
ประกอบกับในช่วงปลายปีมีหุ้นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่อย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.), เบียร์ช้างเตรียมที่จะเข้าจดทะเบียนน่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนอีกแรงหนึ่งขณะที่ช่วงไตรมาส 4 ปี 47 มีสัญญาณเงินทุนไหลเข้าช่วงปลายเดือนต.ค.ประกอบกับภาพเศรษฐกิจปี 48 มีสัญญาณชะลอตัวทำให้ต่างประเทศต้องทบทวนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยใหม่มูลค่าการซื้อขายในช่วงนั้นจึงไม่หวือหวามากนัก
?การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นลักษณะของการเล่นอนาคต ช่วงไตรมาส 4 ปี 47 ทุกคนมองว่าน้ำมันจะแพงและเศรษฐกิจปีนี้จะไม่ดี การซื้อขายหุ้นในตลาดจึงไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร แต่ปีนี้ทุกคนมองว่าเศรษฐกิจปีหน้าน่าจะเริ่มฟื้นตัวโครงการเมกะโปรเจ็กต์น่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้ ซึ่งคาดว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 4ปี48 น่าจะมากกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อวัน ถ้าต่ำกว่านี้มูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ยทั้งปีจะไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท?แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นหลักทรัพย์ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากรายได้ของธุรกิจหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับวอลุ่มของตลาด หากตลาดหุ้นซบเซารายได้ของกลุ่มหลักทรัพย์ก็แย่ตามด้วย นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นในปี 2550 หากเปิดเสรีจริงจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มนี้แน่นอนเพราะอาจมีการแข่งขันตัดราคากัน
ทั้งนี้หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์เหมาะสำหรับการเก็งกำไรเล่นระยะสั้นตามวอลุ่มตลาดและต้องเลือกเล่นบางตัวที่มีพื้นฐานรองรับ โดยแนะนำ PHATRA แม้ราคาหุ้นจะเต็มพื้นฐานแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมารับข่าวการเข้าจดทะเบียนของ กฟผ.แล้วระดับหนึ่งโดยยังไม่มีการพักฐาน ให้ราคาเป้าหมาย 46 บาท, BLS ราคาเป้าหมาย 12 บาท, KGI ราคาเป้าหมาย 3 บาท
ขณะที่นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 48 ยังคงเป็นความหวังว่าภาวะตลาดจะดีขึ้น เนื่องจากปีนี้ทั้งปีดูเหมือนจะยังไม่มีเดือนใดที่ดีเลย ต่างกับปีก่อนที่ตลาดค่อนข้างสดใส ซึ่งคาดว่าปีนี้วอลุ่มเฉลี่ยจะอยู่ที่ 18,000-20,000 ล้านบาท
ยังประเมินยากปีนี้ยังไม่มีเดือนดีดีเลย แต่บางครั้งการที่ไม่มีอาจจะมาดีใน 3-4 เดือนหลังก็ได้ ดีแค่ 3-4 เดือนก็พอแล้ว นายมนตรีกล่าว



efinancethai.com[/color:46a9d1376c">

 กลับขึ้นบน
บุคคลทั่วไป
บุคคลทั่วไป
#1 วันที่: 23/09/2005 @ 19:03:24 : re: โค้งสุดท้ายจับตาหุ้นหลักทรัพย์ระเบิด
หุ้นจะคึกคักก็ต้องปั่นหลักทรัพย์ไปรับเเมงเม่าที่ติดหุ้นไว้ออกมาเอาเงินมาหมุนเวียน เเต่ก็ดีกว่าเข้าไปรับ blue chip จากกองทุนต่างชาติ
 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com