December 16, 2019   7:06:28 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องสาระน่ารู้ > ไทยเบฟ?ขึ้นชั้นหุ้นบลูชิพ อิจฉาไหม ?
 

konthai
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 55
วันที่: 20/02/2007 @ 12:22:40
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

นักลงทุนสถาบัน และกองทุนต่างๆ ทั่วโลก ขานรับ หุ้นไทยเบฟ เป็นหุ้น?บลูชิพ? ที่มีความมั่นคง และน่าลงทุนที่สุด ในระดับ ?ท็อป 50? ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ .
หุ้นบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์: THBEV) ได้รับการยอมรับเป็นหุ้นชั้นดี (หุ้นบลูชิพ) ในสายตานักลงทุนต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก สิงคโปร์เพรสโฮลดิ้งส์ ผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงสเตรทส์ไทมส์ (Straits Times Index - STI) ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก ประกาศนำหุ้น THBEV ผู้ผลิตเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เข้าคำนวณในดัชนี STI ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ปีนี้ เป็นต้นมา

สำหรับเกณฑ์ที่ใช้กับ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ (ไทยเบฟ) คือการที่หุ้นบริษัทมีสภาพคล่องสูง ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยประมาณ 25 ล้านหุ้นต่อวัน นับตั้งแต่หุ้นบริษัทมีการเสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ประกอบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market capitalization) ที่สูงถึงประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 155.4 พันล้านบาท และการมีหลักทรัพย์หมุนเวียนในตลาด (Free float) ที่สูงถึง 22.12%. โดย ไทยเบฟ มีทุนจดทะเบียน 25.110 พันล้านหุ้น (Par = 1.00 บาท)

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ไทยเบฟ เปิดเผยว่า ไทยเบฟ ถือเป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในรอบ 13 ปีที่มีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เราได้ให้คำมั่นกับ SGX ว่าเราจะไม่เป็นเพียงบริษัทที่เป็นไปตามความคาดใหม่ของนักลงทุนเท่านั้น แต่เรายังจะทำให้เหนือความคาดหมายของพวกเขาด้วย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเปิดเผยข้อมูล และความโปร่งใส ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนตอบรับกับหุ้นของเราอย่างมาก สะท้อนจากปริมาณการซื้อขายหุ้นไทยเบฟโดยเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์กว่า 25 ล้านหุ้นต่อวัน นับแต่แต่หุ้นของเราเข้าจดทะเบียน

?ผมมีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่หลักทรัพย์ไทยเบฟเวอเรจได้รับการคำนวณในดัชนีอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ หรือ SGX นี้ หลังจากที่เราได้ประกาศขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกเพียง 8 เดือน คือ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2549? นายฐาปนกล่าว

นายฐาปนกล่าวว่า ยุทธวิธีของเราที่เรายึดถือมาตลอด คือการให้ภาพที่แท้จริงของบริษัทของเรา ในฐานะผู้นำในการผลิตเครื่องดื่มในประเทศไทย รวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าของเรา ซึ่งส่งผลให้เราเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง และเป็นไปตามความคาดหมาย ด้วยสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าว ประกอบกับข้อมูลของเราที่นักลงทุนในตลาดฯ รับรู้อย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่า เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้นักลงทุนรู้สึกมั่นใจในการถือหุ้นไทยเบฟ


.000009

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com