September 19, 2020   9:39:01 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ดันสารพัดวอร์แรนต์ผงาด,หลังASL-EWCแม่-ลูกสิ้นฤทธิ์
 

????
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,238
วันที่: 06/10/2005 @ 07:10:30
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

นักลงทุนฉวยโอกาสดัชนีพักฐาน ลุยหุ้นตัวเล็กโดยเฉพาะวอร์แรนต์
ขึ้นยกแผงคึกคักตลอดบ่ายทั้ง MAJOR-W1-MODERN-W1 และ SSEC-W1
หลังตลาดฯลงดาบ ASL-W4 และ EWC แม่-ลูกต่อ วงการระบุ โอกาสทอง
เก็งกำไรหุ้นตัวเล็กเมื่อต่างชาติเริ่มถอยในช่วงนี้ อีกทั้งยังมีกำไรได้น้ำ-ได้
เนื้อเพราะเล่นหุ้นใหญ่ไม่คุ้ม มีสิทธิติดดอยถ้าฝรั่งเทขายอีก แนะลงทุนวอร์แรนต์ที่มีราคาหลังแปลงสภาพต่ำกว่าหุ้นแม่หรือพื้นฐานตัวแม่ดี เช่น CK-W1, SHIN ?W1 และ FNS ?W1[/color:1e60b4123c">

หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาเกือบ 10 วันในที่สุดวานนี้ (5 ต.ค.)
หุ้นร้อนแรงอย่าง ASL-W4 ก็ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสั่งห้าม
การซื้อขายในลักษณะหักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์เดียวกัน
ในวันเดียวกัน(Net Settlement) และห้ามสมาชิกให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ
หลักทรัพย์ (Margin Trading) เป็นเวลา 15 วันทำการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5
ถึง 26 ตุลาคม 2548 หลังจากก่อนหน้านี้หุ้น EWC ทั้งหุ้นแม่-ลูก และ APURE แม่-ลูกถูกสั่งห้ามเน็ทเซทเทิลเมนท์ และมาร์จิ้นไปแล้ว
โดยการสั่งห้ามดังกล่าวนั้น เนื่องจากตลาดฯ ตรวจสอบพบว่าในช่วง
วันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2548 มีการเปลี่ยนแปลงของราคาและมูล
ค่าการซื้อขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเวลาก่อนหน้า และมีการซื้อขายอย่างกระจุกตัวในหลักทรัพย์ โดยไม่มีสารสนเทศใดที่มีผลกระทบต่อ
สภาพการซื้อขาย เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีแนวโน้มที่อาจส่งผลกระทบเสียหายต่อสภาพการซื้อขายโดยรวม
ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหรือปริมาณการซื้อขาย จึงต้องดำเนินการดังกล่าว
นอกจาก ASL-W4ที่ตลาดฯสั่งห้ามการซื้อขายแบบเน็ทเซทเทิลเมนท์
และมาร์จิ้น ในหุ้น EWC และ EWC-W1 ต่อไปอีก 30 วันทำการ ตั้งแต่วันที่
5 ตุลาคม - 16 พฤศจิกายน หลังจากการสั่งห้ามในช่วงหว่างวันที่ 14 กันยา
ยน ถึง 4 ตุลาคม 2548 นั้นปรากฎว่าช่วงเวลาดังกล่าว EWC และ EWC-W1
ยังคงมีการเคลื่อนไหวของปริมาณ ราคา และมูลค่าการซื้อขายไม่ตรงต่อ
สภาพปกติของตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายโดยรวมจึงทำให้ตลาดฯต้องขยายเวลาออกไปอีก ส่วนหุ้น APURE-APURE-W1 นั้นจะสามารถกลับมาซื้อขายปกติได้ในวันนี้( 6 ต.ค.)



* นลท.เปลี่ยนใจหาของเล่นใหม่ สารพัดวอร์แรนต์ขึ้นยกแผง
การสั่งห้ามของตลาดฯ วานนี้ก็ได้ผลทันที และทำให้ราคาหุ้นทั้ง
หมดลดความร้อนแรงลง โดย ASL-W4 วานนี้เปิดที่ 5 บาท ซึ่งเปิดในระดับราคาสูงสุด ก่อนจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องและลดลงต่ำสุดที่ 3.08 บาท และกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยมาปิดที่ 3.44 บาท ลดลงถึง 37.46% มีมูลค่าการซื้อ
ขาย 81.89 ล้านบาท หุ้น EWC เปิดที่ 27.50 บาท ปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 29
บาท ลดลงต่ำสุดที่ 26.75 บาท ก่อนจะปิดที่ระดับ 27.50 บาท ลดลง1.75 บาท หรือ 5.98% มีมูลค่าการซื้อขาย 352.93 ล้านบาท ส่วน EWC-W1 เปิด
ที่ระดับ 10.80 บาท ขึ้นไปสูงสุดที่ 11.10 บาท ต่ำสุดที่ 10.50บาท ก่อนจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาปิดที่ 10.70 บาท ลดลง 1.20 บาท หรือ 10.08% มีมูลค่าการซื้อขาย 28.68 ล้านบาท หุ้น APURE เปิดที่ระดับ 4.18 บาท ซึ่ง
เป็นระดับราคาสูงสุดของวัน และลดลงต่ำสุดที่ 4.10 บาท ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาปิดที่ 4.18 บาท ลดลง 0.16 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 65.11 ล้านบาท และ APURE-W1 เปิดที่ 3.20 บาท ในระดับราคาสูงสุดของวันเช่นกัน โดย
ปรับลดลงต่ำสุดที่ 3.04 บาท ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาปิดที่ 3.10 บาท ลด
ลง 0.26 บาท หรือ 7.74% มีมูลค่าการซื้อขาย 746.00 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามแม้ว่าหุ้นดังกล่าวจะอ่อนแรงลง แต่วานนี้จากการสำ
รวจของ efinancethai.com พบว่านักลงทุนได้เปลี่ยนไปเก็งกำไรในหุ้น
วอร์แรนต์ตัวอื่นแทน โดยเฉพาะในตอนที่ตลาดฯเปิดทำการในช่วงบ่ายซึ่ง
ปรากฎว่ามีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นวอร์แรนต์เป็นจำนวนมาก และทำให้ใน
ช่วงปิดตลาดหุ้นเหล่านี้กลายเป็นหุ้นที่ติดอันดับหุ้นที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก
ที่สุด 10 อันดับแรก แทบทั้งสิ้น อาทิเช่น หุ้น MAJOR-W1 ปิดที่ 2.26 บาท เพิ่มขึ้น 0.58 บาท เพิ่มขึ้นถึง 34.52% มีมูลค่าการซื้อขาย 54.39 ล้านบาท
หุ้น MODERN-W1 ปิดที่ราคา 1.99 บาท เพิ่มขึ้น 0.37 บาท หรือ 22.84%
มีมูลค่าการซื้อขาย 20,000 บาท หุ้น SSEC-W1 ปิดที่ 0.63 บาท เพิ่มขึ้น
0.10 บาท หรือ 18.87% มีมูลค่าการซื้อขาย 53.00 ล้านบาท หุ้น
MATCH-W1 ปิดที่ 0.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 13.21% มีมูลค่าการ
ซื้อขาย 741,000 บาท และ QH-W3 ปิดที่ 0.34 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท
หรือ 9.68% มีมูลค่าการซื้อขาย 7.29 ล้านบาท



*วงการ ชี้วอร์แรนต์-หุ้นเล็กมาอีกรอบเมินหุ้นใหญ่หวั่นติดดอยหลังฝรั่งขาย
แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า การที่วันนี้มีแรงเก็งกำไร
เข้ามาในหุ้นวอร์แรนต์หรือหุ้นขนาดเล็กถือเป็นการเปลี่ยนตัวเล่นของนักลง
ทุนด้วย หลังจากวานนี้ตลาดฯ ได้ดำเนินการสั่งห้ามเน็ทฯ-มาร์จิ้น หุ้นเก็งกำ
ไรอย่าง ASL-W4 อีกทั้งยังสั่งขยายเวลาห้ามเน็ทฯ-มาร์จิ้นในตัว EWC ทั้ง
หุ้นแม่และลูกต่ออีก 30 วัน ในขณะที่หุ้น APURE ที่จะสามารถซื้อขายปกติ
ได้วันนี้นักลงทุนก็ไม่แน่ใจว่าจะถูกตลาดฯ สั่งขยายเวลาเหมือน EWC หรือ
ไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ถูกสั่งห้ามไล่เลี่ยกันมา เพราะฉะนั้นจึงทำให้วันนี้มีการเปลี่ยนตัวเล่นและหุ้นวอร์แรนต์ซึ่งเป็นหุ้นตัวเล็ก มีราคาถูกจึงกลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุน เพราะหุ้นขนาดใหญ่นั้นมีราคาแพงและไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักลงทุนเหมือนหุ้นเหล่านี้ที่มักจะขึ้น-ลง หวือหวา ทำกำไรวันต่อวันได้ดี
ช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มจะเทขายออกมา ทำให้นักลงทุนไม่
กล้าเข้าไปรับเพราะกลัวจะติดหุ้น อีกทั้งนักลงทุนในประเทศส่วนใหญ่ก็ชอบ
เล่นหุ้นวอร์แรนต์และหุ้นตัวเล็กมากกว่าอยู่แล้ว เพราะเล่นง่าย ขายทำกำไรก็ง่ายจึงทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามามากโดยเฉพาะในช่วงบ่ายจะเห็นได้ชัดเจน แหล่งข่าวกล่าว
โดยวานนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอยู่ 747.71 ล้านบาท
หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขายสุทธิติดต่อกันมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์



* แนะเล่นวอร์แรนต์ที่มีมูลค่าหุ้นหลังแปลงสภาพต่ำกว่าหุ้นแม่
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่ง กล่าวว่า จากภาวะดัชนีใน
ตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงปรับฐานลดลงสะท้อนให้นักลงทุน
บางส่วนเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนหันไปเน้นลงทุนในหุ้นที่มีขนาดเล็กมากกว่าเลือกลงทุนในหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ เนื่องจากราคาหุ้นที่มีขนาด
เล็กมักมีการเคลื่อนไหวของระดับราคาหุ้นชัดเจนต่างจากหุ้นที่มาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่ดีเท่าที่ควร
?ในภาวะดัชนีฯพักฐานเช่นนี้ไม่แปลกที่นักลงทุนบ้านเราจะหันมา
เลือกเล่นรายตัวในหุ้นเล็กๆโดยนักลงทุนเริ่มเข้ามาเก็กำไรตั้งแต่หุ้นเล็กใน
กลุ่มที่ไม่มีชนักปักหลังจนถึงหุ้นในกลุ่มที่มีข่าวลบและมีความเสี่ยงอย่างเช่น
EWC หรือ APURE จึงมีผลดันให้หุ้น Small Cap คึกคักช่วงนี้?เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหุ้นในกลุ่มที่มีกระแสข่าวดีกระตุ้นการลงทุน
ยังเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจเข้าลงทุนอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มบันเทิงที่มีกระแสข่าวดีในเรื่องการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงซึ่งหุ้นที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ได้แก่ BEC ,UBC และ WORK ขณะเดียวกันหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
ก็จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ผู้รับเหมาก่อ
สร้างส่วนใหญ่ใกล้ประมูลงานซึ่งหุ้นที่โดดเด่นเข้าลงทุนคงเป็นหุ้นที่หุ้นมาร์
เก็ตแคปขนาดใหญ่ ได้แก่ CK,ITD และ STEC โดยหากหุ้นมาร์เก็ตแคป
ขนาดใหญ่ดังกล่าวไม่กระเตื้องขึ้นในภาวะเช่นนี้ เชื่อว่านักลงทุนอาจหันไปเลือกลงทุนหุ้นขนาดเล็กทดแทน ซึ่งคาดว่าหุ้นที่นักลงหันไปลงทุน ได้แก่ EMC และ CNT
นอกจากนี้ หุ้นวอร์แรนต์ก็ถือเป็นหุ้นยอดนิยมในช่วงดัชนีฯปรับฐาน
ลดลงโดยตั้งข้อสังเกตว่าวอร์แรนต์ที่ได้รับความนิยมจะต้องเป็นวอร์แรนต์ที่มี
มูลค่าหลักทรัพย์เมื่อแปลงสภาพแล้วอยู่ในระดับต่ำหากเทียบกับหุ้นหลัก
ทรัพย์แม่โดยแนะจับตา CK-W1, SHIN ?W1 และ FNS ?W1 เนื่องจากหุ้น
ดังกล่าวเข้าข่ายกรณีดังกล่าว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนเก็งกำไรด้วยความระมัดระ
วัง โดยหากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาพอสมควรแล้ว แนะนำให้ทยอยเทขาย
ทำกำไรออกมาบ้าง เนื่องจากหากดัชนีตลาดหลักทรัพย์รวมปรับตัวลดลงสู่บริเวณแนวรับสำคัญดัชนีฯจะเริ่มเคลื่อนไหวกลับสู่ภาวะปกติ และเตรียมปรับฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งนักลงทุนควรชะลอลงทุนหุ้นขนาดเล็กและหันไปเก็บหุ้นขนาดใหญ่เข้าพอร์ตเช่นที่ผ่านมาโดยประเมินแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ระดับ
710 ? 704 จุด ส่วนแนวรับสำคัญทางพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 708 จุด



*มองดัชนีปรับฐาน โอกาสดีเล่นหุ้นตัวเล็ก
ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การที่หุ้น
วอร์แรนต์กลับมาได้รับความสนใจมองว่า เป็นธรรมดาเมื่อ SET Index ไม่เคลื่อนไหวมากหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากจึงทำให้แรงซื้อขายเข้าไปในหุ้นกลุ่มอื่นรวมถึงหากทิศทางของนักลงทุนต่างชาติมีแรงขาย
ออกมาการเข้าซื้อหุ้นอาจติดหุ้น ในขณะที่ราคาหุ้นวอแรนต์ราคาไม่สูง โอกาส
ที่ราคาจะปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก
ซึ่งทิศทางลงทุนของต่างชาติ ทั้งเดือนตุลาคม ยังมองว่า น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หรือมีแนวโน้มปรับลดลงได้อีกเนื่องจากนักลงทุน
ต่างชาติอาจจะยังไม่เข้ามาลงทุนในตลาดจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เชื่อมั่นจากนโยบายรัฐบาลต้องการให้เข้ามารับภาระหนี้ภาคประชาชนตาม
นโยบายปรับโครงสร้างหนี้ประชาชนแม้กลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นวอร์แรนต์ ต้องเลือกเป็นรายตัว 2-3 ตัว
เท่านั้น และไม่ควรถือนาน หรือหุ้นที่มีสตอรี่แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องของปัจ
จัยพื้นฐานไว้ด้วยซึ่งในส่วนของวอร์แรนต์ต้องนำมาเปรียบเทียบกับหุ้นแม่ด้วยว่าพื้นฐานของหุ้นแม่เป็นอย่างไร ซึ่งหากพื้นฐานดีและราคาหุ้นวอร์แรนต์ยัง
ไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากนักสามารถเก็งกำไรได้
พร้อมกันมองว่า การลงทุนระยะยาว ขณะนี้เป็นช่วงที่สามารถสะสมหุ้น
ซึ่งหากจะมองข้ามไปถึงปี 2549 คาดว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะดีขึ้น ส่วนปัจจัย
ลบอาทิ ราคาน้ำมันที่แม้ว่าแนวโน้มไ ม่ปรับลดลง แต่ตลาดน่าจะรับรู้บ้างแล้วโดยกลุ่มที่มีความน่าสนใจ เช่น ธนาคาร,พลังงานและวัสดุก่อสร้างที่จะได้รับปัจจัยดี จากโครงการเมกะโปรเจ็กและการซ่อมแซมถนนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่าน
มา

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com