October 19, 2017   12:27:26 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > CRD ลั่นยืนเหนือจอง กูรูให้เป้า 2.30 บ. กำไรโตปีละ30%
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,062
วันที่: 05/10/2017 @ 08:37:49
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

"เชียงใหม่ ริมดอย"ได้ฤกษ์เทรด mai วันแรก ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนตอบรับดี หลังราคา IPO ให้ส่วนลดกว่า 30% พื้นฐานแกร่ง ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.4-1.5 พันลบ.โต 40% กำไรโตทิศทางเดียวกัน ลุ้น Q4/60 ได้งานรับเหมาก่อสร้างใหม่อีก 300-500 ลบ. พร้อมประมูลงานเพิ่มต่อเนื่อง ด้านที่ปรึกษาฯชี้เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดกลางที่มีโอกาสเติบโตสูง โบรกฯให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 2.30 บ. คาดกำไรปี 60-62 โตเฉลี่ยปีละ 30%

***เทรด mai วันแรก 5 ต.ค.นี้

   นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า mai ยินดีต้อนรับ บมจ. เชียงใหม่ริมดอย ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างและรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภคตามแบบที่ลูกค้ากำหนด เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “CRD” ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 นี้

   CRD เป็นผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป และรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภคตามแบบที่ลูกค้ากำหนด โดย CRD ให้บริการในส่วนงานวิศวกรรมโยธาและดูแลโครงการในฐานะผู้รับเหมาหลัก (main contractor) และว่าจ้างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้านเข้ามาทำงาน ภายใต้การควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ทั้งนี้ มีลูกค้ามีทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน

  มีทุนชำระแล้ว 250 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 350 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 27-29 กันยายน 2560 ในราคาหุ้นละ 1.44 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 216 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 720 ล้านบาท มีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บมจ. บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

   นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เชียงใหม่ริมดอย (CRD) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป และรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภค ตามแบบที่ลูกค้ากำหนดในฐานะ main contractor มีวิศวกร และทีมงานที่มีความรู้ และประสบการณ์ ควบคุมคุณภาพงานอย่างใกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่น ซึ่งบริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 27 ปี ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์และยานพาหนะที่ใช้ในงานก่อสร้างเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้ารับงาน ลงทุนสร้างทีมวิศวกร ขยายส่วนงานออกแบบเพื่อให้บริการที่ครบวงจร และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต

*** มั่นใจเทรดวันแรก นลท.ตอบรับดี ให้ส่วนลด 30%
  นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD เปิดเผยว่า การเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก บริษัทมีความมั่นใจว่านักลงทุนจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากราคา IPO ที่ 1.44 บาท ดังกล่าวให้ส่วนลดกับนักลงทุนกว่า 30% เมื่อเทียบอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งมากพอสมควร รวมถึงมีปัจจัยบวกที่ภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวดี และคาดหวังจะช่วยผลักดันหุ้นของบริษัทให้ดีตามไปด้วย

*** เป้ารายได้ปีนี้ 1,500 ลบ.โต 40% ตุนแบล็กล็อก 1,054 ลบ.
  บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 1,400-1,500 ล้านบาท เติบโตจากปี 59 ที่มีรายได้ 1,046 ล้านบาท หรือโตราว 40% ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าเติบโตสอดคล้องรายได้ แม้ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจะมีกำไรสุทธิปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและการรับงานภาครัฐมากกว่าเอกชน ซึ่งงานโครงการจากภาคเอกชนบางโครงการเริ่มทยอยสิ้นสุดลง แต่แนวโน้มครึ่งปีหลังบริษัทมีการรับรู้งานที่มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ 1,054 ล้านบาท และส่วนใหญ่รับรู้ในปีนี้

*** ลุ้น Q4 ได้งานใหม่อีก 300-500 ลบ.เล็งประมูลเพิ่มต่อเนื่อง
   บริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่อง โดยคาดหวังในไตรมาส 4 จะได้งานใหม่ประมาณ 300-500 ล้านบาท ซึ่งการเข้าประมูลงานแต่ละครั้งบริษัทมีโอกาสได้งานประมาณ 10% ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับประเภทงานและทำเล โดยช่วงไตรมาส 4 จนถึงไตรมาส 1 ปี 61 คาดว่างานภาครัฐจะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง

   ด้านอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจบำบัดน้ำเสียมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยบริษัทถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจการบำบัดน้ำเสีย โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 10% ในขณะที่งานรับเหมาก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ประมาณ 8-10%

*** ที่ปรึกษาฯชี้เป็น บ.รับเหมาขนาดกลางโอกาสโตสูง
  นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า CRD เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดกลาง ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากบริการที่หลากหลาย และสามารถรับงานได้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนบนที่ CRD ถือได้ว่า เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับต้นๆที่ได้รับเลือกให้ดำเนินงานรับเหมาก่อสร้างในโครงการต่างๆให้กับหน่วยงานราชการและเอกชนจากผลงานที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย และชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักมายาวนานกว่า 27 ปี

   CRD ถือเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตัวแรกที่เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้การเดินสายโรดโชว์ใน 13 จังหวัด ได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอข้อมูลเป็นจำนวนมาก รวมถึงการนำเสนอข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่การตลาดและนักวิเคราะห์ผ่านทางบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆเพื่อให้เข้าใจถึงธุรกิจของบริษัท และเห็นโอกาสการเติบโตทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่พยายามสร้างการเติบโตมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหุ้นที่มีคุณภาพและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน

   นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ APM กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถือว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมไปถึงโครงการต่อเนื่องต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการก่อสร้างของภาคเอกชนด้วย ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีโอกาสขยายตัวและรับงานในโครงการต่างๆได้มากขึ้น

   ขณะที่ CRD เป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติที่สามารถรับงานจากภาครัฐได้ และจากประสบการณ์ที่สามารถรับงานก่อสร้างได้หลากหลายประเภท จึงถือว่าจุดเด่นสำคัญที่ทำให้มีโอกาสได้รับงานมากขึ้น ส่วนงานก่อสร้างของภาคเอกชน CRD ก็ได้รับความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากลูกค้า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งการรักษามาตรฐานและการพัฒนาความรู้ความสามารถเชิงวิศวกรรมอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ CRD เป็นบริษัทมีความพร้อมในการขยายการรับงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

   นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของ CRD กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ราคา 1.44 บาท โดยราคาประเมินจาก PE ที่คิดจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ 23 เท่า เทียบ PE กับกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในตลาด SET ซึ่งอยู่ที่ 32 เท่า ดังนั้น จึงคิดเป็นส่วนลดให้กับนักลงทุนประมาณ 30%

   ส่วนภาวะตลาดหุ้นอยู่ในทิศทางเชิงบวก ถือเป็นปัจจัยสนับสนุน แต่หุ้น IPO ที่มีขนาดกลางและเล็กอาจไม่ได้รับผลบวกมากนัก แต่ถือว่าบริษัทมีความแข็งแกร่ง รวมถึงเชื่อมั่นว่านักลงทุนจะให้ความสนใจจำนวนมาก

*** บล.ฟิลลิป ประเมินราคาพื้นฐาน 2.30 บาท
  
   ทางฝ่ายมองบริษัทในกลุ่มรับเหมาในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ากำลังเป็นขาขึ้น ตามแผนลงทุนในโครงการ ขนาดใหญ่จากทางภาครัฐ ที่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นในการลงทุนจากภาคเอกชนให้ฟื้นตัว ทำให้ปริมาณงานรับเหมาจะทยอยเข้ามาในระบบอีกครั้ง ซึ่ง CRD จะได้รับประโยชน์จากความยืดหยุ่นที่สูงสามารถเข้าประมูลงานได้จากทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยหนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคตที่คาดอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ย(CAGR) ที่ 30% ระหว่างปี 2560-2562 ทางฝ่ายประเมิน ราคาพื้นฐานปี 61 เท่ากับ 2.30 บาทต่อหุ้น อิง P/E’61 ที่ 15 เท่า (PEG = 0.5 เท่า) เทียบได้กับ Forward P/BV’61 ที่ 1.89 เท่า ใกล้เคียงกับบริษัทในกลุ่มรับเหมาที่ลักษณะธุรกิจคล้ายคลึงกันอย่าง SYNTEC,PREB ที่ราคาตลาดอยู่บน P/BV 1.90 เท่า

*** บล.ทรีนีตี้ ประเมินมูลค่ายุติธรรม 2.18 บาท
   คาดในปี 2560-2562 กำไรโตเฉลี่ยร้อยละ 30.87 ต่อปี จากงานโครงการในมือที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประเมินกำไรปี 2560 อยู่ที่ราว 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.9 ปี 2561 จำนวน 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.5 ประเมินมูลค่ายุติธรรมสำหรับปี 2561 ที่ 2.18 บาท อ้างอิงระดับ PER ที่ 13 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของกลุ่มอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่ไม่รวมบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจาก CRD เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก พร้อมกันนี้เราคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราวร้อยละ 3.1 ต่อปี

*** บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ราคาเหมาะสม 1.90 บาท
   CRD เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างทั่วไป และระบบงานสาธารณูปโภค จากทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัทมีการให้บริการที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่เน้นภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก มีจุดเด่น คือ เน้นคุณภาพงานก่อสร้าง และการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนด รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 27 ปี ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผลักดันการลงทุนใหม่ๆของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2017-18) จะโตเฉลี่ย 27% CAGR โดยในปี 2017 คาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 22% Y-Y อยู่ที่ 52 ล้านบาท จากรายได้รวมที่คาดโต 46% Y-Y โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการทยอยรับรู้งานในมือที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 1 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ราว 55% ของทั้งหมด และอยู่ระหว่างเซ็นสัญญาอีก 255 ล้านบาท โดยเราคาดกำไรสุทธิในปี 2018 จะโตต่อ 31% Y-Y จากโอกาสในการรับงานเพิ่มจากทั้งเอกชน และราชการที่จะมีการประมูลอีกมากตั้งแต่ 2H17 ประเมินมูลค่าของหุ้น CRD อิง PER ที่ 14 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.90 บาท

*** บล.โกลเบล็ก ให้ราคาเหมาะสม 2.08 บาท

  คาดกำไรสุทธิปี 60-61 เติบโต 23% และ 54% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้รวมปี 60 จะเติบโตราว 43% เป็น 1,512 ล้านบาท ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นราว 8.3% และอัตรากำไรสุทธิราว 3.5% ในปี 60 และเพิ่มเป็น 4.6% ในปี 61 ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 60 อยู่ที่ 52 ล้านบาท เติบโต 23% ซึ่งแสดงถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิ (CAGR) ราว 37% ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PER โดยใช้ Prospect PER ที่ระดับ 13 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของหุ้นที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในลักษณะที่ใกล้เคียงกับบริษัท 7 ตัว ได้แก่ NWR UNIQ PREB PLE SYNTEC CNT และ TPOLY โดยประเมินกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted ในปี 61 อยู่ที่ราว 0.16 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมราว 2.08 บาท สำหรับปี 61

*** บล.เคที ซีมิโก้ ประเมินมูลค่าพื้นฐาน 2 บาท

   อิง PER 15 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้างใน SET (ไม่รวม 4 บริษัทใหญ่) จากคาดการณ์กำไรสุทธิปี 61-62 จะเติบโตราวเฉลี่ย 19% ต่อปี อีกทั้งยังมีโอกาสการเติบโตได้อีกมากในระยะยาว จากการที่พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ. เชียงใหม่ มีแนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ตามแผนการลงทุนขยายเครือข่ายคมนาคมของภาครัฐฯ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com