August 20, 2018   10:11:29 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,795
วันที่: 01/06/2018 @ 09:00:55
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*ประเด็นการลงทุนคงไม่มีอะไรต้องวิเคราะห์ให้ปวดกบาล เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า ดัชนีอยู่ในภาพแกว่งตัวลงค่อนข้างชัดเจน และการตีกลับขึ้นมายืนในแดนบวกเป็นเพียงแค่ระยะสั้น ๆ หลังยอดสูงสุดของการวิ่งกลับขึ้นมาต่ำกว่ายอดครั้งก่อน หรือถ้าพูดให้เข้าใจในภาษาทางเทคนิค คือ ยอดของภูเขาสามลูกต่ำลง จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบการเล่นของแมงเม่าเน้นแบบไหนพะยะค่ะ

*ข้อมูลดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ไม่มีเวลาไปสนใจการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,726.97 จุด บวกไป 1.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.99 หมื่นล้านบาท เพราะไม่ได้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบจะแจ้ง จึงขอเอาเวลาที่มีอยู่ไปเม้าท์ถึง “ข่าวฮอต” เพื่อทำให้ชาวหุ้นได้รับรู้ว่า สถานการณ์ของหุ้นหลายตัวไม่ดีเหมือนที่คิด และมรสุมที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน ล้วนเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้บริหารก้นร้อนจนนั่งไม่ติดนะคะ

*โดยเที่ยวนี้มีหุ้นหลายตัวที่เข้าข่ายดังกล่าว และจนป่านนี้ยังแก้ไม่ตกสักทีเสียด้วย นักเล่นถึงเห็นอาการเสียรางวัด และตบะแตกเกิดขึ้นเกือบทุกหย่อมหญ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาเสียเลยในแวดวงของตลาดหุ้น เพราะทำให้เห็นว่า ไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ถึงมีอาการตีโพยตีพายแบบสุดซอย พร้อมกับทำให้ผู้คนในตลาดหุ้นป้องปากซุบซิบกันทุกห้องค้าไงล่ะคะ

*รายแรกที่ต้องเม้าท์แตกคงเป็นหุ้นแก๊สระเบิด SGP โดนถล่มเทขายแบบไม่ไว้หน้าผู้บริหาร ทั้งที่เห็นกันเต็มสองลูกตาว่า แผนการเติบโตเที่ยวนี้ไม่ธรรมดา และยังมีข่าวดี ๆ มาฝากแมงเม่าเป็นระยะ แต่ทันทีที่เปิดการซื้อขายกลับโดนสาดหนัก จนหุ้นร่วงลงมาปิดที่ 9.95 บาท ลบไป 1.25 บาท หรือลงไป 11.15% ด้วยมูลค่า 480 ล้านบาท ทั้งที่พรายกระซิบยืนยันว่า เจ้าของถือหุ้นครบ “โมนิก้า” ถึงมั่นใจว่า กองทุนหัวดำทุบเอาของ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยทุบก่อนดันกลับนะซี

*ส่วนในรายของ BGRIM โดนรินหุ้นออกมาตลอดทั้งวัน จนล่าสุดยืนปิดที่ 24 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 300 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องวิกฤติศรัทธามากกว่าประเด็นอื่น บวกกับคำชี้แจงเมื่อวันก่อนทำให้หลายคนเกิดอาการอึ้งกิมกี่ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ทำให้ผู้บริหารมีอาการก้นร้อนกันถ้วนหน้า วันนี้ถึงต้องดูกันให้ดีว่า แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร?..อิอิอิ

*อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดรายการเขย่าประสาท จนพวกจิตอ่อนเกิดอาการเขวไปตามกันนั้น “โมนิก้า” คงพุ่งเป้าไปยังหุ้นร้อนก่อนบ่ายอย่างพ่อดอกมะลิ JAS เพราะทันทีที่แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็เกิดเสียงร้องครวญครางดังระงมไปทั่ว จนหลงลืมไปว่า มีการตั้งสำรองเงินจำนวน 137 ล้านบาทจากคดีความดังกล่าวไว้เสร็จสรรพหมดแล้ว หุ้นถึงยืนปิดเสมอตัวที่ 5.80 บาทแบบชิว ๆ ไงล่ะคะ

*สำหรับรายที่น่าเป็นห่วงเหลือเกิน “โมนิก้า” กลับพุ่งเป้าไปยังแบงก์สีฟ้า KTB ยังถูกเทขายอย่างหนักหน่วง จนหุ้นลงมายืนปิดที่ 17.50 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.70% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.90 พันล้านบาท มันทำให้เดี๊ยนมั่นใจอย่างแรงกล้าว่า ฝรั่งไม่เอา! สภาพของหุ้นถึงดูทรุดโทรมลงอย่างไม่น่าเชื่อ และมีแนวโน้มที่หุ้นจะอ่อนตัวลงไปอีกในไม่ช้านะจะบอกให้

*อาการดังกล่าวคล้ายคลึงกับ WORK ไหลลงแล้ว..ไหลลงอีก จนคนถือหุ้นเกิดอาการแหยงถ้วนหน้า น่าจะเป็นผลมาจากกำไรในอนาคตออกมาไม่สวย พวกนกรู้ถึงเทขายหุ้นแบบไม่ยั้งมือ หุ้นถึงลงมายืนปิดที่ 43 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 4.44% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 216 ล้านบาทแบบชอกช้ำระกำใจในรอบหลายเดือน แถมหุ้นยังทำ new low ในรอบ—เดือนแบบนี้..ถอยห่างไปเลยดีกว่าเจ้าคะ

*ส่วนรายที่ต้องวัดใจกันดี ๆ “โมนิก้า” ขอเบนเข็มเป้าไปยัง GPSC เป็นรายถัดไปในทันที หลังหุ้นทรุดตัวลงมายืนอยู่ที่ 73 บาท ลบไป 2.75 บาท หรือลงไป 3.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 770 ล้านบาท มันเป็นไฟต์บังคับที่หุ้นต้องเด้งขึ้นแบบทันทีทันใด เพราะก่อนหน้านี้หุ้นก็เด้งขึ้นตรงบริเวณนี้ หากเที่ยวนี้ไม่เป็นเหมือนกับเที่ยวก่อน ทรงของหุ้นจะเสียไปในทันทีนะจ๊ะ

*สำหรับกรณีของ VGI ทรุดตัวลงมายืนอยู่ที่ 7.75 บาท ลบไป 0.65 บาท หรือลงไป 7.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.52 พันล้านบาท น่าจะเป็นเหตุผลทางเทคนิคมากกว่าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน เพราะเมื่อไล่ดูสาเหตุที่ทำให้หุ้นร่วงหนักเหลือเกินในเที่ยวนี้ ล้วนเกิดจากการโยนบิ๊กล็อตที่ราคา 7.60 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าราคาในกระดานค่อนข้างเยอะก็เท่านั้นเองจ้า!

*ส่วนการทิ้งดิ่งลงต่อเนื่องของหุ้น TSE ไม่รู้เกิดจากอะไรกันแน่ ๆ เพราะเมื่อดูสตอรี่ที่เจ๊คนสวยเคยออกมาให้ข่าว มันก็ไม่มีอะไรผิดแผกไปจากก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ “โมนิก้า” ถึงเกิดอาการแปลกใจที่วานนี้หุ้นลงมายืนอยู่ที่ 2.92 บาท ลบไป 0.14 บาท หรือลงไป 4.60% พร้อมกับทำ all time low นับตั้งแต่เข้าตลาด “เอ็ม เอ ไอ” เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2557 ในราคา IPO หุ้นละ 3.90 บาทนะซี

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com