April 20, 2019   7:50:50 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดาน โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,355
วันที่: 07/02/2019 @ 08:30:57
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*หากมองตามสูตรการลงทุนที่ว่าด้วยเรื่องสัญญาณเทคนิคเป็นหลัก “โมนิก้า” คงต้องยอมรับความจริงที่ว่า ตลาดหุ้นไทยถึงเวลาพักฐานอย่างเป็นทางการ หลังจากเข้าเขตซื้อมากเกินไปมาสักระยะหนึ่ง และเป็นการทำให้ฐานแนวรับใหม่บริเวณ 1,650 จุดมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม จึงมีความจำเป็นต้องขายหุ้นทำกำไรออกไปบางส่วน เพื่อเป็นการพิสูจน์แรงซื้อหนาแน่นเพียงใดนะจ๊ะ

*ที่สำคัญคือ “โมนิก้า” ไม่ต้องการเป็นคนดับอารมณ์คึกคักของนักเล่นกลุ่มต่าง ๆ แต่จำเป็นต้องเอ่ยถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เลยต้องออกมาเตือนสติเหล่านักเล่นให้คิดก่อนลุย เพื่อทำให้การเล่นหุ้นเที่ยวนี้ราบรื่นขึ้นกว่าเดิม จึงอยากให้เข้าใจการโยกเงินจากหุ้นตัวหนึ่งไปยังหุ้นอีกตัวหนึ่ง มันเป็นเหตุการณ์ปกติที่มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่โหมดปรับสมดุลนะจะบอกให้

*ด้วยเหตุนี้ถึงต้องเข้าใจการทะยานขึ้นไปถึงระดับ 1,663.49 จุด ต่อจากนั้นย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,658.71 จุด เหลือบวกไปแค่ 5.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.85 หมื่นล้านบาท มันเป็นแพตเทิร์นที่นักเล่นจะได้เห็นบ่อยขึ้นอย่างแน่นอน เพราะดัชนีต้องประคองตัวยืนเหนือแนวรับสำคัญให้ได้เสียก่อน ต่อจากนั้นถึงจะมีแรงทะยานขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนต่อไปเรื่อย ๆ พะยะค่ะ

*เหมือนกับการเข้ามาไล่ราคาหุ้น EA ขึ้นมาปิดที่ระดับ 49.75 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 4.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.82 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นวงรอบของหุ้นที่เคลื่อนตัวในลักษณะ w-shape ในกรอบราคา 43-51 บาทเป็นเวลากว่า 4 เดือน จึงอยากให้แฟนคลับดูกันเอาเองว่า เที่ยวนี้จะฝ่าขึ้นไปได้ไกลกว่ากรอบดังกล่าวขนาดไหน ? หากผ่านขึ้นไปไม่ได้จะทำอย่างไร ? คิดเผื่อไว้ด้วยเจ้าค่ะ

*หุ้นอีกตัวที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกสับสบเหลือเกินคงเป็นในรายของ AMATA ทำท่าจะไปได้ดีทีไร มักมีข่าวลบออกมาเป็นประจำ ล่าสุดมีการพูดถึงกำไรในปี 2562 มีสิทธิ์ออกมาไม่ดี ซึ่งฉุดให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงมายืนปิดที่ 21.90 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.19 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันเมื่อหุ้นอ่อนตัวลงมายืนกรอบล่างทีไร มักมีการพูดถึงแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นอีกเป็นประจำแบบนี้..เลือกไม่ถูกเลยว่า “เคาะซ้าย” หรือ “เคาะขวา” ดีกว่ากัน..อิอิอิ

*ตรงกันข้ามกับในรายของ MTC เห็นกันทนโท่ว่า กำไรปี 2562 ยังสวยเช้งตามประสาหุ้น growth stock แต่แรงซื้อกลับมีเข้ามาแบบกะปริบกะปรอย จนหุ้นยืนปิดได้แค่ระดับ 49 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 685 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ต้องตามไปดูแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะของมันเห็นกันอยู่แล้วว่า บรรดาเกจิอาจารย์ดังยังให้ราคาสูงนะคะ

*ส่วนในรายของ NER พยายามเทกตัวขึ้นไปทะลุยอดเก่าบริเวณ 2.44 บาท แต่สุดท้ายแรงซื้อไม่มากพอเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น หุ้นถึงยืนปิดได้แค่ระดับ 2.32 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 6.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 350 ล้านบาท เดี๊ยนมองเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นที่มีต่อผลงานในปี 2562-2563 ถึงกลับเข้ามาไล่ราคากันอีกรอบ ผสมผสานกับวันนี้ยังเทรดกันบนค่า P/E 7 เท่า พรายกระซิบเลยเชื่อว่า หุ้นจะขึ้นไปยืนเหนือ IPO 2.58 บาทนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TEAMG ใคร ๆ ก็รู้ว่า นี่เป็นเบอร์หนึ่งของวงการที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ก็ควรมีราคาค่าตัวสูงกว่าที่เป็นอยู่อีกสักประมาณ 50% “โมนิก้า” ถึงไม่ติดใจการขึ้นมายืนปิดที่ 2.16 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 62 ล้านบาท เพราะการคว้างานจากหน่วยงาน ร.ฟ.ท. ในการดำเนินงานรถไฟทางคู่ภาคตะวันออก มันหมายถึงใบเบิกทางในส่วนอื่น ๆ จะตามหลังมาอีกนะคะ

*ส่วนรายที่มีอาการยางแตกก่อนกำหนดอย่าง CPT ถือเป็นบทเรียนให้กับพวกไก่อ่อนให้รู้ว่า เมื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่แตกคอกันแบบไม่มองหน้ากัน ผลลัพธ์มักทำให้หุ้นเละเทะอย่างที่เห็นกันนี่แหละ ! แถมในระหว่างทางยังต้องเผชิญข่าวลือมากมายหลายเรื่อง เลยทำให้การขึ้นของหุ้นแต่ละครั้งเป็นแบบไฟไหม้ฟาง จึงไม่ต้องตกใจเมื่อเห็นหุ้นลงมาปิดที่ 1.13 บาท ลบไป 0.11 บาท หรือลงไป 8.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 455 ล้านบาทนะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ DCORP พุ่งพรวดพราดขึ้นมาปิดที่ 1.03 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 10.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 202 ล้านบาท มันเป็นการดันหุ้นธรรมดา ๆ เหมือนรอบก่อนที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงไม่มีความจำเป็นต้องสาธยายอะไรให้ฟังมากมาย เพราะมันรู้กันอยู่แล้วว่า นี่เป็นเกมเสี่ยงของคนที่รักความท้าทายเป็นชีวิตจิตใจ เลยพร้อมลุยต่อแบบสุดซอยใช่ไหมล่ะจ๊ะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com