July 22, 2019   2:38:27 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ชี้หุ้นไทยอึมครึม 2 เดือน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,529
วันที่: 28/03/2019 @ 08:45:15
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ตลาดหุ้นไทยเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ติดหล่ม “เศรษฐกิจสหรัฐ” ชะลอ ลากตลาดทั่วโลกร่วง บวก กกต.ยืดประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หุ้นใต้เงา “ทักษิณ” ไหลรูด ส่วนหุ้นโยงหัวหน้าภูมิใจไทย ดี๊ด๊า นักวิเคราะห์ชี้เทรนด์ตลาดหุ้นไทย “อึมครึม” ในช่วง 2 เดือน ต่างชาติชะลอเข้าลงทุน รอรัฐบาลใหม่

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานบรรยากาศตลาดหุ้นไทย หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) เปิดทำการในวันที่ 25 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงทันทีอยู่ที่ 1,631.84 จุด ลดลง 14.45 จุด ลดลง 0.88% จากวันที่ 22 มี.ค. 62 ระหว่างวันไหลลงต่ำสุดช่วงบ่ายอยู่ที่ 1,617.89 จุด ลบ 28.4 จุด ก่อนจะรีบาวนด์มาปิดตลาดที่ระดับ 1,625.91 จุด ลดลง 20.38 จุด ลดลง 1.24% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 47,064.83 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันแรกของสัปดาห์นี้ (25 มี.ค. ) ได้รับปัจจัยลบทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศได้แก่ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว นำโดยตัวเลขดัชนี PMI ของสหรัฐ ล่าสุด สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนตัวลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงตาม อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเดียวกัน

ขณะที่มีข่าวลบด้านการเมืองไทยที่ไม่ชัดเจน จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเลื่อนรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 9 พ.ค. 62 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้มีแรงเทขายออกมามากขึ้นในช่วงบ่ายเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลต่อดัชนีปรับตัวลงหนักกว่า 1%

“แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ก็จะอึมครึม ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเดิมทีตลาดหุ้นคาดหวังว่าจะเกิดความชัดเจนหลังการเลือกตั้ง และน่าจะหนุนตลาดได้ แต่ตอนนี้จะต้องรอผลการเลือกตั้งไทยถึง 1-2 เดือนจึงจะเห็นความชัดเจน จึงส่งผลกระทบต่อ sentiment (บรรยากาศ) ในตลาดหุ้น ส่วน fund flow (เงินต่างชาติ) ที่คาดหวังว่าจะไหลกลับเข้ามาในประเทศ ก็ต้องรอให้ผลเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น หรือเห็นหน้าตารัฐบาลก่อน ฟันด์โฟลว์จึงจะมีโอกาสที่กลับเข้ามา ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกค่อนข้างมากแล้ว” นายอภิชาติกล่าว

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคเฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนักการเมือง ที่ได้รับผลกระทบอ่อนไหวต่อผลการเลือกตั้ง นำโดยหุ้นที่ยังมีเงาของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเดิมและอดีตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) บมจ.ไทยคม (THCOM) บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ที่ราคาหุ้นได้ปรับลดลง 5.13% 3.38% 2.42% และ 0.87% ตามลำดับ และอีกกลุ่มการเมืองคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจ.เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) พบว่า ราคาหุ้นดีดขึ้นสวนตลาดโดยรวม โดย STEC พุ่งกว่า 3.04% และ STPI 2.54%

“ช่วงที่ผ่านมา หุ้น STEC และ STPI เป็นหุ้นที่ under-own แต่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ชี้ว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มได้เข้าร่วมรัฐบาล หรืออาจกลายเป็นพรรคขนาดกลางที่มีอำนาจต่อรอง จึงส่งผลให้ราคาหุ้นทั้ง 2 ตัว ปรับขึ้นมาค่อนข้างสูง ขณะที่หุ้น SC THCOM ADVANC และ INTUCH ราคาหุ้นปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบเชิงลบ หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้” นายกิจพณกล่าว

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com