August 19, 2019   4:08:44 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > มุมมองทิสโก้ อินเด็กส์ 51
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,583
วันที่: 12/07/2019 @ 08:18:47
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 ก.ค.62 ปิดที่ 1,740.45 จุด เพิ่มขึ้น 1.02 จุดมีมูลค่าการซื้อขาย 69,148.13 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,243.32 ล้านบาท

หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด TRUE ปิด 6.15 บาท บวก 0.25 บาท, CPALL ปิด 87.50 บาท ลบ 0.25 บาท, TOP ปิด 71 บาท บวก 3 บาท, PTT ปิด 48.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง และ PTTEP ปิด 136 บาท บวก 1.50 บาท

“อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ระบุว่าหลัง ครม. ประยุทธ์ 2 ได้รับโปรดเกล้าฯแล้ว คาดว่านโยบายเศรษฐกิจที่จะแถลงปลาย ก.ค.จะเกี่ยวกับนโยบายหลักของ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เช่น เพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, การดูแลราคาสินค้าเกษตร, ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ รวมทั้งเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ EEC ประเมินว่าเมื่อรวมทุกนโยบาย จะคำนวณเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 3.5 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็น 2% ต่อ GDP

ปัจจัยที่ต้องติดตามคือรัฐบาลจะเดินหน้านโยบายได้ทั้งหมดหรือไม่ อาจมีข้อจำกัดในการขาดดุลงบประมาณ อีกทั้งต้องจับตาว่ารัฐบาลจะผลักดันโครงการต่างๆให้เห็นผลเชิงประจักษ์ได้มากน้อยแค่ไหน

“หากรัฐเดินหน้านโยบายได้ทั้งหมดจะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 3.5 แสนล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น 1.การช่วยผู้มีรายได้น้อยและโครงการมารดาประชารัฐ 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี 2.การดูแลราคาสินค้าเกษตร 1 แสนล้านบาทต่อปี 3.ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% สำหรับคนชั้นกลาง 1.7 แสนล้านบาท แต่ด้วยข้อจำกัดคาดว่าจะขาดดุลงบฯ ได้ไม่เกิน 6.3-7.2 แสนล้านบาทต่อปี ทำให้รัฐบาลต้องลดทอนนโยบายบางอย่างหรือหั่นมาตรการที่มีอยู่เดิม”

คาดว่าเม็ดเงินที่รัฐจะอัดฉีดเข้ามาในระบบจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดไตรมาส 4 แต่ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทิสโก้ยังชอบหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุน แต่ด้วยดัชนีหุ้นไทยปีนี้ปรับขึ้นมาถึง 11% ใกล้เคียงกับเป้าหมายปี 62 ที่ 1,790 จุดแล้ว

ดังนั้น ต้องเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์กับการบริโภคในประเทศ แต่ราคายังขึ้นช้า และมี Upside ได้แก่ BJC, ROBINS และ AEONTS หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน ได้แก่ AMATA, ROJNA, WHA, EASTW, CK, STEC, SEAFCO และ PYLON ขณะที่หุ้นใหญ่ที่จะได้ประโยชน์เงินทุนไหลเข้า ได้แก่ BBL, INTUCH, MINT และ TU!!

อินเด็กซ์ 51

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com