December 16, 2019   7:48:58 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > โบรกฯ คาดงบ Q2/62 กลุ่มแบงก์ไม่สดใส มองสินเชื่อไม่โต-ค่าฟรีลด, จับตา TCAP-SCB-BBL ประกาศวันนี้
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,814
วันที่: 19/07/2019 @ 08:21:58
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

บล.กรุงศรี ระบุว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ซึ่งทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2562 คาดว่ากำไรจะหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อรวมยังไม่ได้เร่งตัวขึ้น เนื่องจากถูกกดดันจากจีดีพีของประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น มีค่าใช้จ่ายการลงทุนในระบบไอทีเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บางธนาคารยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ โดยเบื้องต้น Consensus คาด KKP และ BBL จะเป็น 2 ธนาคารที่มีผลกำไรโดดเด่นที่สุดในไตรมาส 2/2562

โดยวันนี้ธนาคารพาณิชย์ที่จะประกาศงบได้แก่ TCAP, SCB และ BBL ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมี KBANK, KTB และ KKP

**กำไรสุทธิรวม 5.2 หมื่นลบ.

ด้านบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) ระบุเช่นกันว่าวันนี้ BBL, SCB และ TCAP จะประกาศงบในวันนี้ ขณะที่ BAY, KBANK, KKP และ KTB จะประกาศในวันพรุ่งนี้ โดย TMB จะปิดท้ายในวันที่ 22 ก.ค. คาดว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยจะรายงานกำไรสุทธิรวม 5.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 5.0% จากไตรมาสแรก แต่หากไม่รวมกำไรที่ BAY บันทึกเพียงครั้งเดียวในไตรมาสแรก จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย กลุ่มธนาคารจะมีผลกำไรเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสแรก

โดยผลประกอบการที่อาจไม่น่าตื่นเต้นในไตรมาสนี้ ทำให้ยังมีมุมมอง Neutral ต่อกลุ่มธนาคาร มองว่าไตรมาสนี้ BBL และ KTB จะเป็น best performer ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตทั้ง จากช่วงเดียวกันปีก่อน และจากไตรมาสแรก เพราะฐานรายได้ค่าธรรมเนียมจะทรงตัวมากขึ้น เนื่องจากธนาคารมีการประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 2/ 2561

**คาดการตั้งสำรองสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน คาดว่า SCB และ KBANK จะมีกำไรสุทธิลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะกำไรจากเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนใน ไตรมาส 2/2562 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วน BAY จะมีกำไรลดลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากไม่มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในไตรมาส แต่กำไรสุทธิจะยังเติบโต จากสินเชื่อที่ขยายตัวแข็งแกร่ง เชื่อว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทย โดยเฉพาะสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SML) จะยังอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในไตรมาส 2/2562 ทั้งนี้เพราะกลุ่มธนาคารโดยรวมมี SML เพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งมักจะเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าคุณภาพสินทรัพย์มีความเสี่ยงสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารพยายามลดความกังวลโดยกล่าวว่าสาเหตุเกิดจากความผันผวนและการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เราจึงตั้งสมมติฐานว่าธนาคารส่วนใหญ่จะมีอัตราการสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับปกติในไตรมาส 2/2562 และเชื่อว่าราคาหุ้นของธนาคารที่มีอัตราการตั้งสำรองลดลง จะมีการตอบสนองเชิงบวกหลังประกาศผลประกอบการ ให้ BBL และ SCB เป็น top pick ของกลุ่มโดยมีราคาเป้าหมาย 238 บาทและ 155 บาทตามลำดับ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com