October 23, 2019   10:38:45 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > แกว่งในกรอบ อินเด็กส์ 51
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,718
วันที่: 24/09/2019 @ 08:16:36
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ก.ย. 62 หุ้นไทยปิดที่ 1,622.79 จุด ลดลง 13.41 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 45,153.56 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,564.60 ล้านบาท

หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด CPALL ปิดที่ 80.75 บาท ลบ 0.50 บาท, ADVANC ปิด 211 บาท ลบ 11 บาท, PTT ปิด 45.75 บาท บวก 0.25 บาท, INTUCH ปิด 63.75 บาท ลบ 4 บาท และ AOT ปิด 72.50 บาท ลบ 1.25 บาท

“ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ มองหุ้นไทยช่วงที่เหลือของเดือน ก.ย.62 ดัชนีแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,600-1,680 จุด มีปัจจัยกดดัน คือ 1.หลังคลังน้ำมันซาอุฯถูกโจมตีเริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยง Geopolitical risk ที่สูงขึ้น จนทำให้นักลงทุนทั่วโลกกลับมากังวลกับเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง และเริ่มเห็นปรากฏการณ์โยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

2. ระดับดัชนีปัจจุบัน ราคาหุ้นเริ่มไม่ถูกแล้ว ด้วยมิติของ Valuation ล่าสุดประมาณการ EPS ปี 2020E ลงมาอยู่ที่ 110 บาท ทั้งนี้ หากอิงบนระดับ Forward PE กรณีดีสุดที่ 15 เท่า จะได้ระดับดัชนีที่เหมาะสมเพียง 1,650 จุดเท่านั้น หรือแทบไม่มี Upside จากระดับดัชนีปัจจุบันเลย

ปัจจัยบวกที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯกับจีน หากการเจรจาของทั้ง 2 ประเทศ มีทิศทางดีขึ้น อาจนำมาสู่การประกาศข้อตกลงชั่วคราวได้ เช่น 1. การเลื่อนการเพิ่มอัตราภาษีเป็น 30% บนสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญ ออกไปอีกจากวันที่ 15 ต.ค. 2.การยกเลิกการเพิ่มอัตราภาษี 30% นี้

3.การเลื่อน/ยกเลิกการเก็บภาษี 10% บนสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 1.6 แสนล้านเหรียญที่จะบังคับใช้ 15 ธ.ค.นี้ อาจนำมาสู่การเลื่อน/ยกเลิกการเก็บ ภาษีนำเข้าของจีน 5-10% ที่จะมีขึ้นในวันเดียวกัน หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นผลบวก ต่อหุ้นกลุ่มที่ได้ผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เช่น อิเล็กทรอนิกส์

แนะกลยุทธ์ลงทุน Defensive และ Selective ไปยังหุ้นในธีม Low bond yield (ไฟแนนซ์, สาธารณูปโภค, สื่อสาร, REIT & IFF) มองตัวหุ้นน่าสนใจในกลุ่มนี้ได้แก่ S11, THANI, JMT, RATCH, TPCH, EASTW, ADVANC, INTUCH

และแนะหาจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาลงมาแรงเช่น TU แนะถือลงทุนหุ้นกลุ่มแบงก์ เช่น BBL เนื่องจากคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยในการประชุม 25 ก.ย.นี้ ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA, KCE) แนะหาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เพื่อคาดหวัง Positive surprise ที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงการค้าชั่วคราวระหว่างจีนกับสหรัฐฯในช่วงถัดไป!!

อินเด็กซ์ 51

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com