October 23, 2020   5:51:51 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > สำนักข่าวรัชดา
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,288
วันที่: 17/07/2020 @ 08:26:24
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ดีลตัดขายหุ้นบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ SAL สัดส่วน 33.20% ให้กับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY มูลค่า 157.72 ล้านบาท ของบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III…ถ้ามองผิวเผินเป็นการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ เพื่อเติมสภาพคล่องทั่ว ๆ ไป

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป จะเห็นว่ามีการวางหมากทางธุรกิจซ่อนอยู่ในดีลนี้…

SAL เป็นโฮลดิ้งคอมปานี ถือหุ้น 51% ในบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SAL กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับประกอบกิจการให้บริการภาคพื้นอากาศยานและผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT

ซึ่งเดิม III ถือหุ้นใหญ่ SAL สัดส่วน 58.20% แต่หลังจากตัดขายหุ้น 33.20% ให้กับ SKY ไปจะทำให้เหลือถือ 25%

เท่ากับว่า III ถอยจาก “ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่” กลายเป็น “ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย” แทน…

แม้จะลดสถานะลงจากผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ถ้ามองข้ามช็อตไปในอนาคต ดีลนี้ถือว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม…

อันดับแรก III จะได้พันธมิตรซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานที่เกี่ยวข้องกับการบินมาช่วยหนุนการเติบโตของ SAL

ที่สำคัญอย่าลืมว่า ยุคนี้ถือเป็นยุคทองของ SKY…ที่อยู่ในช่วงขาขึ้นสุด ๆ แถมมีความแนบแน่นกับ AOT อีกต่างหาก…เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้ III สามารถต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ได้มากขึ้น

ซึ่งเดิม III กับ AOT ความแนบแน่นอาจมีน้อย การได้ SKY มาถือหุ้นใหญ่ SAL ก็จะเป็นโอกาสของ SAL และเป็นโอกาสของ III ด้วย แม้ถือน้อยลง แต่จะได้มูลค่าเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยก็กินระยะยาว

แม้ที่ผ่านมาผลประกอบการของ SAL ยังโชว์ตัวเลขขาดทุน ปี 2561 มีรายได้รวม 93,217 บาท ขาดทุนสุทธิ 6.78 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้รวม 6.26 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 13.15 ล้านบาท

แต่หลังจากได้ผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ซึ่งมีเพาเวอร์สูงอย่าง SKY เข้ามา ก็น่าจะทำให้ผลประกอบการกลับมามีกำไรได้ไม่ยาก…

ส่วนบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการขนย้ายสัมภาระ คาร์โก้ ทำความสะอาดเครื่องบิน หลุมจอด ที่สนามบินดอนเมือง ก็มีโอกาสขยายไปสู่สนามบินอื่น ๆ เพิ่มเติม ทำให้ผลงานที่เติบโตดีอยู่แล้ว โดยปี 2562 มีรายได้รวม 239 ล้านบาท กำไรสุทธิ 40 ล้าน ก็น่าจะโตระเบิดระเบ้อได้อีก

ไม่เชื่อก็ต้องจับตาดูกันต่อไป…

และไม่แน่การยอมถอยจาก “ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่” กลายเป็น “ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย” ครั้งนี้ อาจช่วยหนุนให้ III เติบโตแบบติดปีกกับเค้าบ้างก็ได้

หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้เติบโตทั้งรายได้และกำไร แต่ก็ไม่หวือหวา…ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 129 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,326 ล้านบาท ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,829 ล้านบาท ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,828 ล้านบาท

แถมล่าสุดไตรมาสแรก ปี 2563 มาพลาดท่า กำไรสุทธิลดลง 47.4% อยู่ที่ 22.54 ล้านบาท และมีรายได้รวม 407 ล้านบาท ลดลง 40.3%

ก็ต้องลุ้นกันว่า ปีนี้ III จะทำกำไรหล่นหายไปมากน้อยแค่ไหน…

แต่ดีหน่อยที่ยังใจดีแจกปันผล ยีลด์ 3.42%

ก็พอกล้อมแกล้มอยู่นะ…

…อิ อิ อิ…

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com