August 12, 2020   10:38:04 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เอกรัฐวิศวกรรม แหล่งชุม มังกร...ที่ซ่อน พยัคฆ์
 

?????????
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 103
วันที่: 28/10/2005 @ 16:49:46
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

แกะรอยเส้นทางสู่ตลาดหุ้นของ เอกรัฐวิศวกรรม หุ้นหม้อแปลงไฟฟ้าของ กลุ่มน้อยใจบุญ ที่วันนี้ถูก กลุ่มรักศรีอักษร เข้ายึดหัวหาดมากกว่า 50% รอพบกับหุ้นตัวนี้ไตรมาส 1 ปี 2549


เส้นทางการเข้าสู่ ตลาดหุ้น ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าของ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า รายใหญ่ของประเทศ..มีเส้นทางที่น่าติดตามอยู่ไม่น้อย

บริษัทแห่งนี้เป็นของ ตระกูลน้อยใจบุญ เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2524 โดยมี เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)

แต่วันนี้กลุ่มน้อยใจบุญ เปิดทางให้ กลุ่มทุนใหม่ ในเครือข่ายของ วิชัย รักศรีอักษร เจ้าของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (ดิวตี้ฟรี) เข้ามาร่วมถือหุ้นใหญ่เมื่อปี 2547 ก่อนมีแผนจะกระจายหุ้นสู่มือประชาชน (IPO) จำนวน 182 ล้านหุ้น (ราคาพาร์ 1 บาท) สัดส่วน 23.03% ภายในไตรมาสแรกปี 2549

วันนี้อาจกล่าวได้ว่า บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม ไม่ต่างจาก แหล่งชุม มังกร...ที่ซ่อน พยัคฆ์ ขนานแท้

ปัจจุบันพันธมิตรกลุ่มรักศรีอักษร นอกจากตัวนายวิชัย และเอมอร (ภรรยา)แล้ว ยังรวมไปถึง กลุ่ม นายมานัส กำเหนิดงาม, กลุ่มน.ส.พจนาลัย บุญขันธ์, นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ, นายโอภาส รางชัยกุล และ พล.ต.ต.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่ว่าจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนกลุ่มนี้ก็มักจะไปด้วยกันเป็นทีม

นายมานัส กำเหนิดงาม รองประธานกรรมการบริษัท เปิดเผยกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeeK ว่า กลุ่มที่เข้ามาเกือบทั้งหมดเป็นพรรคพวกกัน และเพิ่งจะเข้ามาช่วยเหลือหนี้สินให้กับ เอกรัฐวิศวกรรม ช่วงเดือนกันยายนปี 2547 เนื่องจากเห็นว่าบริษัทซึ่งทำธุรกิจพลังงานมีอนาคตที่ดี

โดยเฉพาะการขยายไลน์ไปสู่การผลิต เซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนภายใต้บริษัท เอกรัฐ โซลาร์

กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เอกรัฐวิศวกรรม ก่อนขายหุ้นไอพีโอ พบว่ากลุ่มน้อยใจบุญ และผู้บริหาร เหลือหุ้นเพียง 23.24% ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่มากกว่า 50% เป็นการถือหุ้นโดยพันธมิตรกลุ่มใหม่

เช่นกลุ่มรักศรีอักษร ถือหุ้นผ่าน บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง ร่วมกับ นิรุตติ์ รักศรีอักษร ในสัดส่วน 6.91% กลุ่มกำเหนิดงาม ถือหุ้นโดย นายมานัส และ นางสุรภี กำเหนิดงาม ในสัดส่วน 16.62%

ปัจจุบันนายมานัส เปิดบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย วิษณุ-มานัส แอนด์ แอสโซซิเอท และ บริษัท สวนรวมสุข ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

และยังเคยเป็นกรรมการ สมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย (ส.ม.ป.) ที่มีนายวิชัย รักศรีอักษร เป็นนายกสมาคม และที่ผ่านมายังร่วมลงทุนในหุ้นบริษัทต่างๆ ร่วมกับนายวิชัยมาโดยตลอด เช่นหุ้น PICNI, BNT และ IEC เป็นต้น

เช่นเดียวกับ นายโอภาส รางชัยกุล ญาติสนิท นายอวยชัย รางชัยกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็เข้าถือหุ้นเอกรัฐในสัดส่วน 7.82% ปัจจุบันนายโอภาส เป็นเจ้าของ บริษัท มานูแฟคเซอเรอ เทรดดิ้ง และหจก.กิ้มเฮงเอ็งกี่

ด้านกลุ่มบุญขันธ์ เครือญาติทางฝ่าย นางเอมอร รักศรีอักษร นำโดย น.ส.พจนาลัย บุญขันธ์ และ นางเอื้อมพร บุญขันธ์ เข้าถือหุ้นเอกรัฐในสัดส่วนรวมกัน 6.58%

ส่วน พล.ต.ต.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองจเรตำรวจ เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มที่เข้ามาถือหุ้นเอกรัฐ 10 ล้านหุ้น หรือ 1.64% ปัจจุบัน พล.ต.ต.สมยศ เป็นเลขาธิการสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และยังเคยเป็นอดีตกรรมการ EWC อีกด้วย

ส่วน นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ เข้ามานั่งในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม และถือหุ้นในสัดส่วน 10.93%

ขณะที่ นายสมบัตร เดชาพานิชกุล ผู้ถือหุ้นอันดับ 9 ในสัดส่วน 3.29% ปัจจุบันเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป

ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบชื่อ นายพิชัย นิลทองคำ ผู้ถือหุ้นอันดับที่ 12 ในสัดส่วน 1.36% ปัจจุบันเป็นเจ้าของ อมันดาเลย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ เขาหลัก จังหวัดพังงา อดีตเคยเป็นอธิบดีศาลล้มละลายกลาง ที่เคยพิพากษาแก้ไขปัญหาหนี้เอ็นพีแอลในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

อีกกลุ่มที่น่าจับตา ก็คือ กลุ่มตรีวิศวเวทย์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ช.การช่าง (CK) ซึ่งคาดว่าเป็นพันธมิตรกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มรักศรีอักษร ก็เข้ามาถือหุ้นเอกรัฐ ผ่าน บริษัท มหาศิริสยาม ในสัดส่วน 4.11% ด้วย

จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่าพันธมิตรกลุ่มรักศรีอักษร เข้ามาถือหุ้นเอกรัฐวิศวกรรม ที่ต้นทุน ต่ำมาก ไม่เกิน 0.30-1 บาท ที่พาร์ 1 บาทเท่านั้น เพื่อแลกกับความช่วยเหลือด้านการเจรจาฟื้นฟูกิจการ ทำให้เอกรัฐ มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 1,433.46 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก 2548 บริษัทเหลือหนี้สินจำนวน 716.53 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุนคิดเป็น 1.39 เท่า

ขณะที่ กลุ่มตรีวิศวเวทย์ และ พล.ต.ต. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนภายหลังต้นทุนหุ้นละ 2 บาท และเมื่อหุ้นเข้าเทรดในตลาด ผู้ถือหุ้นทั้งหมดจะได้กำไรทันทีจำนวนมาก

เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เชื่อว่า การมีกลุ่มทุนใหม่มาร่วมจะทำให้การดำเนินงานของบริษัทแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการเงิน และเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม พอใจสำหรับสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 23.24% ของหุ้นทั้งหมด

เกียรติพงศ์ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำในตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ามีมาร์เก็ตแชร์ 30% และกำลังจะขยายไลน์ไปสู่การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่รัฐบาลให้การสนับสนุน

โดยบริษัทจะใช้เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท เข้าลงทุนผลิต โซลาร์เซลล์ กำลังการผลิต 25.24 เมกะวัตต์ ส่วนเม็ดเงินจะมาจากการระดมผ่านตลาดหลักทรัพย์ และ วงเงินกู้กับธนาคารทหารไทย 1,450 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในไตรมาส 4 ปี 2549 เชื่อว่าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 30% ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 5 ปี

ในแง่รายได้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2548 ที่ 1,400 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้า 80% รายได้จากบริการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า 10% และอีก 10% จากการรับติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ และสถานีไฟฟ้าย่อย

ส่วนในปี 2549 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากหม้อแปลงไฟฟ้าเติบโตขึ้น 15-20% และมีรายได้จากการขายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่เพิ่มกำลังการผลิตจาก 2 เมกะวัตต์ในปีนี้ เป็นมากกว่า 10 เมกะวัตต์ในปีหน้า สำหรับผลประกอบการในครึ่งแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้ 646 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 68.4 ล้านบาท

การเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้หวังเพียงราคาหุ้น เพราะสมัยนี้ต้องทำให้ธุรกิจดี นักลงทุนเดี๋ยวนี้ฉลาด มันหมดสมัยที่จะสร้างราคาหุ้นโดยพื้นฐานไม่รองรับ คุณต้องสร้างพื้นฐาน และให้กำไรขยายไปตาม นายมานัส กำเหนิดงาม กล่าวยืนยัน

โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2548

ลําดับที่ ผู้ถือหุ้น ก่อน IPO หลัง IPO

จำนวนหุ้น สัดส่วน จำนวนหุ้น สัดส่วน

1 กลุ่มน้อยใจบุญและผู้บริหาร 141,340,500 23.24% 141,340,500 17.90%

2 กลุ่มกําเหนิดงาม 101,013,560 16.61% 101,013,560 12.78%

3 นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ 66,500,000 10.93% 66,500,000 8.42%

4 นายโอภาส รางชัยกุล 47,554,050 7.82% 47,554,050 6.02%

5 กลุ่มรักศรีอักษร 41,959,190 6.91% 41,959,190 5.30%

6 กลุ่มบุญขันธ์ 40,000,000 6.58% 40,000,000 5.06%

7 นายภากร มกรานนท์ 33,030,920 5.43% 33,030,920 4.18%

8 บริษัท มหาศิริสยาม จํากัด 25,000,000 4.11% 25,000,000 3.16%

9 นายสมบัตร เดชาพานิชกุล 20,000,000 3.29% 20,000,000 2.53%

10 พล.ต.ต.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 10,000,000 1.64% 10,000,000 1.27%

11 นายไพศาล ติยะรังษีนุกูล 9,500,000 1.56% 9,500,000 1.20%

12 นายพิชัย นิลทองคํา 8,257,820 1.36% 8,257,820 1.05%

13 นางเสาวภา สถิตย์ทอง 7,000,000 1.15% 7,000,000 0.89%

14 นางสาวจิรา ตัณฑพาณิช 6,500,000 1.07% 6,500,000 0.82%

15 ผู้ถือหุ้นอื่น 50,517,600 8.30% 50,517,600 6.39%

16 ประชาชนทั่วไป - - 182,000,000 23.03%

รวม 608,173,640 100.00% 790,173,640 100.00% [/color:b1071caec4">

 กลับขึ้นบน
P_aud
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 531
#1 วันที่: 30/10/2005 @ 21:45:12 : re: เอกรัฐวิศวกรรม แหล่งชุม มังกร...ที่ซ่อน พยัคฆ์
ฟฟฟฟ2 ฟฟฟฟ2 ฟฟฟฟ2 ฟฟฟฟ2 ฟฟฟฟ2

อือม์........................................................

ร่วมด้วยช่วยกัน

ฟฟฟฟ3
 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com