June 28, 2017   12:26:29 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องสาระน่ารู้ > มาลงทุนกันเถอะ ตอน2 # ลงทุนโดยการฝากเงิน
 

mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
วันที่: 14/02/2012 @ 11:14:46
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน


การฝากเงิน ในประเทศไทยนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีความปลอดภัยสูง และมีสภาพคล่องสูงด้วย แต่ถ้ามองให้ละเอียด จะพบว่ายังมีคนจำนวนมากที่มองข้ามความสำคัญของการวางแผนในการฝากเงิน ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับลดน้อยลงจนน่าใจหาย

ปกติแล้วการวางแผนฝากเงินให้ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องพิจารณาใน 2 ด้านพร้อมๆกันเสมอ คือ ผลตอบแทนที่ได้รับ กับ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น


ในแง่ของความเสี่ยง ของการฝากเงินนั้น ถือได้ว่ามีน้อยจนเกือบจะเรียกได้ว่าศูนย์ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ค้ำประกันเงินฝากพร้อมดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ฝากกับสถาบันการเงินในประเทศอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในด้านผลตอบแทนคือ ควรจะต้องสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อจะสามารถรักษากำลังซื้อหรือค่าของเงินให้คงอยู่และมีผลตอบแทนเกิดขึ้นด้วยอีกส่วน และสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการวางแผนการฝากเงินก็ว่าได้ นั่นคือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่กำหนดโดยสถาบันการเงิน มักไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยสุทธิแท้จริงที่จะตกถึงมือผู้ฝากแต่อย่างใด ที่เป็นเช่นนี้เพราะดอกเบี้ยที่ผู้ฝากเงินจะได้จริงๆขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างดังนี้ครับ

 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#1 วันที่: 14/02/2012 @ 11:17:54 :


อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยสถาบันการเงิน

ปกติจะกำหนดเป็นอัตราต่อปี เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ เช่น ฝากประจำ 3 เดือน ดอกเบี้ย 5% หมายความว่า ถ้าฝากเงิน 100 บาทนาน 1 ปีจะได้ดอกเบี้ย 5 บาท แต่ถ้าฝากประจำแค่ 3 เดือนแล้วก็ถอน ก็จะได้ดอกเบี้ยเป็นสัดส่วนแค่ 3ใน 12 เดือน เท่านั้น


ความบ่อยครั้งของการจ่ายดอกเบี้ย

ยิ่งมีการจ่ายดอกเบี้ยบ่อยเท่าใด ดอกเบี้ยจริงยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะดอกเบี้ยที่จ่ายออกมาจะทบกับเงินต้น กลายเป็นฐานในการคำนวนดอกเบี้ยในงวดถัดไปครับ มีข้อสังเกตคือธนาคารพาณิชย์จะมีการคิดดอกเบี้ยให้ 2 ครั้งต่อปี คือกลางปีกับปลายปี แต่ถ้าฝากกับธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์จะคิดดอกเบี้ยให้เพียงปีละครั้งเท่านั้น ดังนั้นถ้าดอกเบี้ยเท่ากัน การฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ย่อมได้ดอกเบี้ยจริงสูงกว่า
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#2 วันที่: 14/02/2012 @ 11:23:01 :


ภาษีของดอกเบี้ยเงินฝาก


ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นเงินได้ประเภทหนึ่งที่ต้องเสียภาษีด้วย โดยจะหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย โดยเราสามารถคำนวณได้โดยเอาอัตราดอกเบี้ยรายปีก่อนหักภาษีตั้งแล้วคูณด้วย ( 1-อัตราภาษี) เช่น ธนาคาร A ให้ดอกเบี้ย 6% แต่ต้องเสียภาษีเงินฝาก 15%  ส่วนธนาคาร B ให้ดอกเบี้ย 5.5% แต่ยกเว้นภาษี เราลองมาเปรียบเทียบดู

ดอกเบี้ยแท้จริงของธนาคารA = 6.0 x ( 1-0.15 ) = 5.10%

ดอกเบี้ยแท้จริงของธนาคาร B = 5.5 x ( 1-0.00 ) = 5.50%
จะเห็นว่า ถ้าฝากกับธนาคาร B จะได้ดอกเบี้ยจริงๆสูงกว่าฝากธนาคาร A ครับ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีเงินฝากหลายประเภท ที่ได้รับสิทธิพิเศษรับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15%  ได้แก่

- เงินฝากออมทรัพย์ เฉพาะเมื่อดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 20,000 บาท

- ดอกเบี้ยสลากออมสิน หรือเงินฝากธนาคารออมสินแบบฝากเผื่อเรียก ดอกเบี้ยพันธบัตรออมสินรุ่นพันธบัตรฝากเงินช่วยชาติ

- เงินฝากออมทรัพย์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ และของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

- ดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษกับธนาคารในประเทศ ซึ่งเป็นการฝากสะสมรายเดือนๆละเท่าๆกันติดต่อกัน 24 เดือนขึ้นไป

- เงินฝากประจำของผู้ฝากเงินที่มีอายุเกิน 55 ปี ระยะเวลาฝาก 1 ปีขึ้นไป
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#3 วันที่: 14/02/2012 @ 11:25:26 :


ระยะเวลาของการฝากเงิน


เป็นปัจจัยที่เกี่ยวพันถึงดอกเบี้ยอีกอย่างหนึ่ง ปกติแล้วการฝากเงินแบบออมทรัพย์ที่ถอนได้ตลอดเวลานั้น จะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแบบมีกำหนดระยะเวลาหรือที่เรียกว่าฝากประจำ โดยการฝากประจำจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราคงที่ตลอดระยะเวลาการฝากไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะเพิ่มหรือลดอย่างไร ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการฝากเงินก็คือ เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็ควรจะพยายามฝากเงินในบัญชีที่มีระยะเวลาสั้นๆ เพื่อจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด และในช่วงที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง ก็ฝากเงินในบัญชีที่มีระยะเวลาฝากยาวๆจะเป็นวิธีที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#4 วันที่: 14/02/2012 @ 11:27:31 :


การฝากเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากปัจจุบันยังมีสถาบันคุ้มครองเงินฝากค้ำประกันเงินฝากของผู้ที่ฝากเงินอยู่ ดังนั้นการเลือกฝากเงินกับธนาคารขนาดเล็กที่เสนอดอกเบี้ยให้สูงๆ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ควรทำในการฝากเงินโดยแนวทางในการกระจายความเสี่ยงที่ง่ายที่สุดคือ กระจายเงินฝากไปไว้หลายๆธนาคารๆละไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อจะได้สิทธิการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน

ทั้งนี้การฝากเงินระยะยาวในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมาก เพราะทำให้สูญเสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยสูงขึ้นในอนาคต และรับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อมาเต็มๆอีกด้วย ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมากๆ กองทุนรวมตลาดเงินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องเลือกกองที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงเงินฝากเท่านั้น ซึ่งได้แก่ กองทุนที่มีนโยบายลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลเท่านั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย

จุดเด่นของการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้คือ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย นอกจากนี้การกระจายการลงทุนในตราสารหลายๆประเภทก็ยังช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ดี จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีเงินออมมากๆ เมื่อสถาบันประกันเงินฝากเลิกค้ำประกันเงินฝากที่มียอดเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไปครับ
 กลับขึ้นบน
Unseen
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 6
#5 วันที่: 27/02/2012 @ 12:01:00 : การออมเพื่อการลงทุน
เมื่อกี้อ่านบทความนนี้เสร็จ ก็ไปเจอข้อคิดดีๆเกี่ยวกับการออมเพื่อการลงทุนเห็นว่าเป็นข้อคิดเจ๋งๆเลยเอามาบอกต่อกัน

http://www.youtube.com/watch?v=-zP99zyOG1s&feature=youtu.be
 กลับขึ้นบน
มิสเตอร์M
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 29
#6 วันที่: 16/12/2013 @ 14:22:36 :
แนะนำหนังสือหุ้น หนังสือเจาะหุ้นVIโรงพยาบาล เป็นหนังสือเกี่ยวกับข้อมูลของโรงพบาลไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะซื้อเก็บไว้ศึกษาเป็นข้อมูลในการลงทุน ล่าสุดวางแผงได้อาทิตย์เดียว ยอดจำหน่ายในร้านนายอินทร์ติดอัน16 และในร้านซีเอ็ดบุ๊คส์เซ็ฯเตอร์ติดอันดับ40 ในหมวดบริหารธูรกิจ และคงจะยิ่งแรงขึ้นไปอีกในปี2557
ไฟล์แนบ
 กลับขึ้นบน
firstcy
สมาชิก

จังหวัด: นครราชสีมา
โพสต์: 61
#7 วันที่: 22/10/2015 @ 23:59:07 :
ขอบคุณนะครับ

------------------------

จีคลับ / คาสิโน / บาคาร่าออนไลน์

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com