December 3, 2020   2:27:36 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > ศก.เอเชียต้านพิษน้ำมันแพงไหว นักวิเคราะห์เชื่อไม่ถึงขั้นถดถอ
 

jagkrub
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 43
วันที่: 28/08/2005 @ 20:41:50
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

เอเอฟพี - นักเศรษฐศาสตร์ชี้ แม้เอเชียจะถูกหั่นคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในปีนี้และปีหน้าลง เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงพุ่งพรวดเกือบเหยียบ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจเอเชียถึงขนาดจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแน่นอน

พวกเขาให้เหตุผลว่า เป็นเพราะเศรษฐกิจในชาติที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญๆ หลายแห่ง อย่างอเมริกาและจีนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง จึงน่าจะทำให้เศรษฐกิจเอเชียยังคงดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แม้ว่าอาจชะลอตัวลงบ้างก็ตาม

ทั้งนี้ ราคาซื้อขายน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (25) พุ่งทำสถิติใหม่แตะ 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้เป็นครั้งแรกในช่วงสั้นๆ ก่อนกลับถอยลงมาอยู่ที่ 66.13 ดอลลาร์ในวันต่อมา เนื่องจากตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องพายุเฮอร์ริเคนแคตรินาในอ่าวเม็กซิโก

ทว่า ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากเชื่อว่า การปรับลดลงนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น และราคาน้ำมันจะทะยานทะลุ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแน่ๆ อยู่ที่เวลาเท่านั้นว่าจะเป็นวันไหน หลังจากได้พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวจากที่เคยอยู่แค่เฉียดๆ 33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายปี 2003

ซินยังปาค นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสาเหตุที่ทำให้สถาบันการเงินข้ามชาติหลายแห่ง พากันปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชีย รวมไปถึงเอดีบีด้วย แต่ทั้งนี้ เขาก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงตัวเลขคาดการณ์ครั้งล่าสุดแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ เอดีบีได้ระบุในรายงานการคาดการณ์ประจำเดือนเมษายนว่า เศรษฐกิจประเทศแถบเอเชียตะวันออกจะขยายตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 6.7-7.2% ในอีก 2 ปีข้างหน้า สำหรับแนวโน้มที่จะมีการปรับใหม่นี้มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 8 เดือนหน้า

ซินให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ด้วยเหตุที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจเอเชียอาจชะลอตัวลง แต่คาดว่าไม่น่าจะรุนแรงถึงขึ้นทำให้เศรษฐกิจถดถอยได้ เพราะในปัจจุบัน เศรษฐกิจเอเชียโดยทั่วไปมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพียงพอที่จะต้านทานวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเอเชียยังมีเครื่องจักรขับดันเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอย่างจีนอยู่ด้วย

มิลาน บรามภัตต์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เวิลด์แบงก์อาจปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เคยทำไว้ในเดือนเมษายน แต่คงไม่รวมไปถึงจีนที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็ว โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องปรับลดคาดการณ์ก็คือ ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงและการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัวลง

เขาคาดว่า อัตราการเติบโตของฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไต้หวันน่าลดลงมาอยู่ที่ 3.8% ในปีนี้ จากประมาณการเดิมที่ 4.6% พร้อมชี้ว่า เกาหลีใต้และไต้หวันจะเป็นเขตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพงมากที่สุด

ส่วนประเทศหลักๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ก็คาดว่า เศรษฐกิจช่วงปี 2005-2006 จะชะลอตัวลงต่ำกว่าที่เวิล์ดแบงก์คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนเช่นกัน

อย่างไรก็ดี บรามภัตต์ย้ำว่า การปรับลดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานสถานการณ์ราคาน้ำมันในกรณีที่ไม่รุนแรงมากนัก คือ คาดว่าน้ำมันจะยังคงอยู่ที่ระดับราคาปัจจุบันต่อไปในปีนี้ แล้วปรับลดลงในปีหน้า โดยราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 55 ดอลลาร์ และ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปี 2005 และ 2006 ตามลำดับ พร้อมเตือนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงกว่านี้ได้ หากราคาน้ำมันทะยานทะลุหลัก 70 ดอลลาร์

ด้านโจเซฟ ตัน นักเศรษฐศาสตร์จากสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด แบงก์ สาขาสิงคโปร์ เสริมว่า การเพิ่มสูงของราคาน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชาติเอเชียมากน้อยแตกต่างกันไป โดยอินโดนีเซีย ไทย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ดูจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น

อย่างไรก็ดี เขาทิ้งท้ายว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้มีขอบเขตจำกัดเช่นกัน เนื่องจากแรงหนุนจากปัจจัยอื่นๆ นั่นคือ เศรษฐกิจเอเชียต้องพึ่งพิงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก ซึ่งในขณะนี้อเมริกาได้เริ่มฟื้นตัวจากภาวะซบเซาแล้ว จึงน่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตของเอเชีย และยังเป็นแรงหนุนด้านดีมานด์สินค้าอีกด้วย

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com